โครงการฝึกเดินด้วยหุ่นยนต์ช่วยพยุงน้ำหนักบางส่วนในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเรื้อรัง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การกลับมาเดินได้ด้วยตนเองเป็นเป้าหมายสำคัญเป้าหมายหนึ่งในการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เครื่องช่วยฝึกเดิน2 เครื่องที่มีการพัฒนาขึ้นในประเทศไทย คือ เครื่องฝึกเดิน I-Walk และเครื่องฝึกเดิน TU Gait Trainer โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการนำเข้าของอปุกรณ์จากต่างประเทศและช่วยเพิ่มความสามารถในการเดินให้แก่ผู้ป่วยโรค หลอดเลือดสมองให้ดียิ่งขึ้น แต่ยังไม่มีการศึกษาถึงประสิทธิภาพของเครื่องฝึกเดินทั้งสองชนิดนี้ วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาถึงประสิทธิภาพของการเดิน (ความทนทานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ความเร็วในการเดิน และการทรงตัว) ก่อนและหลังการฝึกด้วยเครื่องฝึกเดิน I-Walk เครื่องฝึกเดิน TU Gait Trainer และการฝึกเดินบนทางราบ ด้วยนักกายภาพบำบัด และเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการเดินหลังจากการฝึกเดินทั้งสามรูปแบบ วิธีการศึกษา: อาสาสมัครในการศึกษาครั้งนี้เป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเรื้อรังจำนวน 45 คน ทุกคนจะได้รับ โปรแกรมการฝึกเป็นเวลา 60 นาที 3 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ โปรแกรมการฝึกประกอบด้วยการฝึกแขนและลุก ยืน 30 นาที และฝึกเดินเป็นเวลา 30 นาที ด้วยเครื่องฝึกเดิน I-Walk (กลุ่มละ 15 คน) หรือเครื่องฝึกเดิน TU Gait Trainer (กลุ่มละ 15 คน) หรือนักกายภาพบำบัด (กลุ่มละ 15 คน) ผลการศึกษา: ระยะทางในการเดินมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการฝึก 8 สัปดาห์ดังนี้ การฝึกเดินบนทางราบ ด้วยนักกายภาพบำบัดจาก 126.73 ? 57.61 เป็น 207.93 ? 76.96 เมตร (p < 0.001) การฝึกด้วยเครื่องฝึกเดิน I-Walk จาก 116.33 ? 55.69 เป็น 168.13 ? 60.66 เมตร (p < 0.001) และการฝึกเดินเครื่องฝึกเดิน TU Gait Trainer จาก 186.33 ? 55.71 เป็น 244.73 ? 70.16 เมตร (p < 0.001) ความเร็วในการเดินมีค่าอย่างมีนัยสำคัญหลังการฝึก 8 สัปดาห์ ดังนี้ การฝึกของการฝึกเดินบนทางราบด้วยนักกายภาพบำบัดจาก 0.48 ? 0.20 เป็น 0.80 ? 0.29 เมตร/วินาที (p < 0.01, p < 0.01, p < 0.001 ตามลำดับ) และการฝึกด้วยเครื่องฝึกเดิน I-Walk จาก 0.33 ? 0.60 เป็น 0.47 ? 0.96 เมตร/ วินาที (p < 0.01) และการฝึกเดินเครื่องฝึกเดิน TU Gait Trainer จาก 0.33 ? 0.60 เป็น 0.47 ? 0.96 เมตร/วินาที (p < 0.001) ในขณะที่เวลาที่ใช้ในการเดินเพื่อดูความสามารถในการทรงตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญภายหลังการฝึก 8 สัปดาห์ พบเฉพาะในการฝึกเดินบนทางราบด้วยนักกายภาพบำบัดจาก 27.79 ? 16.31 เป็น 15.96 ? 7.64 วินาที (p < 0.001) และการฝึกด้วยเครื่องฝึกเดิน I-Walk จาก 32.50 ? 18.05 เป็น 21.90 ? 10.24 วินาที (p < 0.001) สรุปผลการวิจัย: การฝึกทั้งสามรูปแบบสามารถเพิ่มความสามารถในการเดินได้เป็นอย่างดีภายหลงัจากการฝึกเดิน 8 สัปดาห์ การฝึกเดินด้วย I-Walk และการฝึกเดินบนทางราบด้วยนักกายภาพบำบัดเป็นวิธีการฝึกเดินที่สามารถเพิ่ม ความสามารถในการเดินได้ดีกว่าการฝึกเดินด้วยเครื่องฝึกเดิน TU Gait Trainer ในการฝึกเดินในผู้ป่วยโรคหลอดเลือด สมองเรื้อรัง