การพัฒนาโปรแกรมนันทนาการบำบัดโดยใช้หลักการเรียนรู้สมองเป็นฐานเพื่อพัฒนาความสามารถในการเคลื่อนไหวสำหรับนักเรียนที่มีความพิการทางร่างกายและการเคลื่อนไหวในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องการพัฒนาโปรแกรมนันทนาการบำบัดโดยใช้หลักการเรียนรู้สมองเป็นฐานเพื่อพัฒนาความสามารถในการเคลื่อนไหวสำหรับนักเรียนที่มีความพิการทางร่างกายและการเคลื่อนไหวในประเทศไทย วัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาและศึกษาผลการใช้โปรแกรมนันทนาการบำบัดโดยใช้หลักการเรียนรู้สมองเป็นฐานเพื่อพัฒนาความสามารถในการเคลื่อนไหวสำหรับนักเรียนที่มีความพิการทางร่างกายและการเคลื่อนไหวในประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างคือ เด็กพิการร่างกายและการเคลื่อนไหวที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนสอนเด็กพิการร่างกายและการเคลื่อนไหวในประเทศไทย 5 แห่ง โดยวิธีการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง (purposive selection) เป็นนักเรียนที่มีความพิการทางร่างกายและการเคลื่อนไหวระดับที่ 2 ที่มีความผิดปรกติของการเคลื่อนไหวที่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันหลักได้ ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการวิจัยฯ แห่งๆละ 10 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยนี้คือ 1) โปรแกรมนันทนาการบำบัดโดยใช้หลักการเรียนรู้สมองเป็นฐานเพื่อพัฒนาความสามารถในการเคลื่อนไหวสำหรับนักเรียนที่มีความพิการทางร่างกายและการเคลื่อนไหวในประเทศไทย ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบหาค่าความเที่ยงตรงเชิงประจักษ์จากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน 2) แบบประเมินกิจวัตรประจำวัน The Barthel Activity of Daily Living Index 3) แบบประเมินความ พึงพอใจโปรแกรมนันทนาการบำบัดโดยใช้หลักการเรียนรู้สมองเป็นฐานเพื่อพัฒนาความสามารถในการเคลื่อนไหวสำหรับนักเรียนที่มีความพิการทางร่างกายและการเคลื่อนไหวในประเทศไทยที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ซึ่ง มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ในช่วง 0.8 – 1.0 และหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์หาความเชื่อมั่น มีค่าเท่ากับ 0.81 และ0.86 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป คำนวณหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและ t-test ทดสอบความแตกต่างก่อนและหลังการทดลอง 8 สัปดาห์ ผลการวิจัยพบว่า 1)โปรแกรมนันทนาการบำบัดโดยใช้หลักการเรียนรู้สมองเป็นฐานเพื่อพัฒนาความสามารถในการเคลื่อนไหวสำหรับนักเรียนที่มีความพิการทางร่างกายและการเคลื่อนไหวในประเทศไทย ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ เนื้อหา ตัวบ่งชี้ (KPI) ความสามารถในการเคลื่อนไหว การดำเนินการจัดกิจกรรม ระยะเวลาในการดำเนินโปรแกรมเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ๆ 2) ผลการเปรียบเทียบระหว่างคะแนนการทดสอบความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ดัชนีบาร์เฮล ก่อนและหลังการใช้โปรแกรมนันทนาการบำบัดโดยใช้หลักการเรียนรู้สมองเป็นฐานเพื่อพัฒนาความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกายสำหรับนักเรียนที่มีความพิการทางร่างกายและการเคลื่อนไหวในประเทศไทยพบว่า คะแนนความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกายในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ดัชนีบาร์เฮล ไม่แตกต่างกัน 3) ความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโปรแกรมนันทนาการบำบัดโดยใช้หลักการเรียนรู้สมองเป็นฐานเพื่อพัฒนาความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกายสำหรับนักเรียนที่มีความพิการทางร่างกายและการเคลื่อนไหวในประเทศไทยพบว่าความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก