การพัฒนาโปรแกรมการออกกำลังกายแบบแอโรบิกด้วยอาวุธไทยโบราณ : กรณีศึกษากลุ่มออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แนวคิดการวิจัยครั้งนี้ เป็นการพัฒนาโปรแกรมการออกกำลังกายที่มุ่งเน้นการบูรณาการศิลปะการต่อสู้ด้วยอาวุธไทย วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาโปรแกรมออกกำลังกายแบบแอโรบิกด้วยอาวุธไทยโบราณ และเพื่อศึกษาผลของการออกกำลังกายแบบแอโรบิกด้วยอาวุธไทยโบราณที่มีต่อสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ กลุ่มตัวอย่าง อาสาสมัครเป็นกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย จำนวน 40 คน แบ่งเป็น กลุ่มควบคุมทำการออกกำลังกายตามปกติ จำนวน 20 คน และ กลุ่มทดลอง จำนวน 20 คน เข้าร่วมโปรแกรมออกกำลังกายแบบแอโรบิกด้วยอาวุธไทยโบราณ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ การเก็บรวบรวมข้อมูลสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างและแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงการ การวิเคราะห์ข้อมูล ทำการเปรียบเทียบความแตกต่างภายในกลุ่มระหว่างก่อนการออกกำลังกาย หลังการออกกำลังกายสัปดาห์ที่ 4 และ 8 ด้วยสถิติ One-way ANOVA ทำการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่มควบคุ ด้วยสถิติ t-test independent และตรวจสอบความถูกต้องของการสัมภาษณ์ด้วยวิธีสามเส้า ผลการวิจัย 1. การเปรียบเทียบผลการทดสอบสมรรถภาพที่สัมพันธ์กับสุขภาพภายในกลุ่มทดลอง ก่อนการการออกกำลังกาย หลังการออกกำลังกาย 4 สัปดาห์ และ 8 สัปดาห์ พบว่า การสอบดัชนีมวลกาย นั่งงอตัวไปข้างหน้า แรงบีบมือ ไม่พบความแตกต่างทางสถิติ ส่วนการสอบการยืน-นั่งบนเก้าอี้ 60 วินาที และยืนยกเข่าขึ้นลง 3 นาที พบความแตกต่างทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ .05 2. การเปรียบเทียบผลการทดสอบสมรรถภาพที่สัมพันธ์กับสุขภาพภายในของกลุ่มควบคุม ก่อนการการออกกำลังกาย หลังการออกกำลังกาย 4 สัปดาห์ และ 8 สัปดาห์ ทุกรายการทดสอบไม่พบความแตกต่างทางสถิติ3. การเปรียบเทียบผลการทดสอบสมรรถภาพที่สัมพันธ์กับสุขภาพ ระหว่างกลุ่มควบคุมกับกลุ่มทดลอง ระหว่างก่อนการทดลอง ไม่พบความแตกต่างทางสถิติ หลังการทดลองสัปดาห์ที่ 4 รายการทดสอบแรงบีบมือ และหลังการทดลองสัปดาห์ที่ 8 รายการทดสอบยืนยกเข่าขึ้นลง 3 นาที พบความแตกต่างทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ .054. การวิเคราะห์ผลการสัมภาษณ์ทำการสรุปประเด็น จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ ประเด็นแรกประสบการณ์ในการออกกำลังกาย ประกอบด้วย 5 หัวข้อ ได้แก่ การเรียนรู้ระดับความยาก/ง่ายของการออกกำลังกายที่ดี การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ศิลปะการต่อสู้ด้วยอาวุธไทย ความสนุกเพิ่มขึ้นเมื่อจำท่าในโปรแกรมได้ ความสนุกลดลงเมื่อเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ การใช้แนวปฏิบัติและข้อควรระวังที่ดี และประเด็นที่สองแนวทางการพัฒนาโปรแกรม ประกอบด้วย 3 หัวข้อ ได้แก่ การเพิ่มท่าชุดการออกกำลังกาย การปรับจังหวะดนตรีการออกกำลังกาย และรูปแบบโปรแกรมการออกำลังกาย