Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2551

การพัฒนารูปแบบการออกกำลังกาย ที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน

ไวพจน์ จันทร์เสม สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2551

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน ศึกษาผลการออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ ที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ และเปรียบเทียบผลการออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ ที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ โดยสำรวจผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน 842 คน ประกอบด้วยเพศหญิง 435 คนและเพศชาย 407 คน (คิดเป็นร้อยละ 51.66 และ 48.34 ตามลำดับ) มีแรงจูงใจในการออกกำลังกายคือต้องการมีสุขภาพดี และต้องการลดน้ำหนัก กิจกรรมที่ใช้ออกกำลังกายเป็นประจำคือ การวิ่งเหยาะและการเดิน มีการออกกำลังกาย 3-4 วันต่อสัปดาห์ นานครั้งละ 30-45 นาที มักออกกำลังกายในตอนเย็น ระยะเวลาใน การอบอุ่นร่างกายคือ 10-15 นาที และระยะเวลาในการผ่อนหยุด คือ 5-10 นาที การวิจัยเชิงทดลอง แบ่งกลุ่มทดลองเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มควบคุม กลุ่มเดินเร็ว และกลุ่มขี่จักรยาน ทำการทดลอง 8 สัปดาห์ ผลการวิจัย พบว่า ค่าเฉลี่ยสมรรถภาพทางกายภายในกลุ่มเดินเร็ว หลังทดลอง 4 สัปดาห์ และ 8 สัปดาห์ มีค่าเฉลี่ยความดันโลหิตขณะบีบตัว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนแตกต่างจากก่อนทดลองที่นัยสำคัญทางสถิติ.05 ส่วนกลุ่ม ขี่จักรยาน หลังทดลอง 4 สัปดาห์ และ 8 สัปดาห์ มีค่าเฉลี่ยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัวและการใช้ออกซิเจนสูงสุด แตกต่างจากก่อนทดลองที่นัยสำคัญทางสถิติ .05 การทดสอบความแตกต่างของกลุ่มควบคุม ได้แก่ กลุ่มเดินเร็วและกลุ่มขี่จักรยาน พบว่าภายหลังการทดลอง 4 สัปดาห์ ค่าเฉลี่ยความดันโลหิตขณะคลายตัว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ความอ่อนตัว และการใช้ออกซิเจนสูงสุด ทั้ง 3 กลุ่ม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และภายหลังการทดลอง 8 สัปดาห์ พบว่า ค่าเฉลี่ย ความดันโลหิตขณะบีบตัวและคลายตัว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา การใช้ออกซิเจนสูงสุด และไขมันใต้ผิวหนัง มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

คำสำคัญ

คุณภาพชีวิตสุขภาพคนอ้วนรูปแบบการออกกำลังกาย

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

รูปแบบการออกกำลังกายด้วยแอโรบิคด๊านซ์ ต่อสมรรถภาพกายด้าน ดัชนีมวลกาย สัดส่วนรอบเอวรอบสะโพก และระบบหายใจ ในประชนทั่วไปที่มีภาวะน้ำหนักเกิน

พลากร ชาญณรงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2560

การเปรียบเทียบเจตคติการออกกำลังกายของผู้ที่ออกกำลังกายด้วยกิจกรรมแอโรบิคดานซ์กับกิจกรรมฮูลาฮูป

ฉัตรกมล สิงห์น้อย มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2557

ผลของการออกกำลังกายด้วยรำวงย้อนยุคต่อสมรรถภาพทางกายและการทรงตัวใน สตรีที่มีภาวะอ้วนลงพุง

กนกทิพย์ สว่างใจธรรม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2561

ผลการใช้โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก จักรยาน และลู่วิ่งไฟฟ้า ที่มีต่อองค์ประกอบของร่างกายในกลุ่มบุคคลที่มีภาวะน้ำหนักเกิน

ฉัตรตระกูล ปานอุทัย มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2563

ผลของการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่มีต่อสุขสมรรถนะของผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐาน

ณภัสวรรณ ธนาพงษ์อนันท์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2559

ผลของการออกกำลังกายด้วยการเดินแบบนอร์ดิกต่อดัชนีมวลกายและเส้นรอบวงเอว ในผู้สูงอายุที่มีภาวะน้ำหนักเกิน

ลัชชี ชัชวรัตน์ พ.ศ. 2562

การเปรียบเทียบผลของการออกกำลังกายแบบผสมผสานฤๅษีดัดตน-ชี่กง และแบบไทชี่ที่มีต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและความสามารถในการทรงตัว ในผู้หญิงวัยกลางคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ

ไพบูลย์ แก้วทอง มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2558

ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองด้านการออกกำลังกายต่อสมรรถภาพ ทางกายของผู้ที่มีภาวะก่อนความดันโลหิตสูงและอ้วน

สุนิดา ปรีชาวงษ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2562

ผลของการออกกำลังกายความหนักต่ำต่อสมรรถภาพทางกาย และคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในผู้สูงอายุเพศหญิงก่อนภาวะเปราะบาง

จตุพร เพิ่มทรัพย์ทวี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

สุขภาพ กิจกรรมทางกาย และพฤติกรรมการออกกำลังกาย

เติมเพชร สุขคณาภิบาล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2562