Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

ระดับความหนักของการออกกำลังกายที่ส่งผลต่อระดับแลคเตทในเลือดและเวลาปฏิกิริยาการตอบสนอง

ปัทมา เกิดกาญจน์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความหนักของการออกกำลังกายที่ส่งผลต่อระดับแลคเตทในเลือดและเวลาปฏิกิริยาการตอบสนอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ จำนวน 40 คน อายุระหว่าง 18–25 ปี แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คน ดังนี้ กลุ่มออกกำลังกายที่ความหนักระดับเบา (Low Intensity Exercise Group; LIEG) ทำการปั่นจักรยานที่ระดับความหนัก 50–60%ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด กลุ่มออกกำลังกายที่ความหนักระดับปานกลาง (Moderate Intensity Exercise Group; MIEG) ทำการปั่นจักรยานที่ระดับความหนัก 60–70% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด กลุ่มออกกำลังกายที่ความหนักระดับสูง (High Intensity Exercise Group; HIEG) ทำการปั่นจักรยานที่ระดับความหนัก 70–80% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด โดยใช้เวลาในการทดสอบทั้งหมด 40 นาที (ช่วงก่อนการทดสอบ ช่วงออกกำลังกาย ช่วงคลายอุ่น และช่วงหลังออกกำลังกาย) และกลุ่มควบคุม (Control Group; CG) ทำการนั่งพักบนเก้าอี้ ระยะเวลา 40 นาที โดยตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา คือ เวลาปฏิกิริยาการตอบสนองต่อการมองเห็นแบบหลายตัวเลือก (Choice Visual Response Time; CVRT) เวลาปฏิกิริยาการตอบสนองต่อการได้ยินแบบหลายตัวเลือก (Choice Auditory Response Time; CART) อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart rate) ระดับแลคเตทในเลือด (Blood lactate) และระดับความเหนื่อยล้า (Rating of Perceive Exertion; RPE) ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มออกกำลังกายที่ความหนักระดับเบา (LIEG) พบค่าเวลาปฏิกิริยาการตอบสนองต่อการมองเห็นแบบหลายตัวเลือกลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ในช่วงการออกกำลังกาย ช่วงคลายอุ่น และช่วงหลังออกกำลังกาย และกลุ่มออกกำลังกายที่ความหนักระดับปานกลาง (MIEG) พบค่าเวลาปฏิกิริยาการตอบสนองต่อการมองเห็นแบบหลายตัวเลือกลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ในขณะออกกำลังกาย และภายหลังการออกกำลังกาย (Post-test) ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มออกกำลังกายที่ความหนักระดับสูง (HIEG) พบค่าเวลาปฏิกิริยาการตอบสนองต่อการมองเห็นแบบหลายตัวเลือกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ในช่วงออกกำลังกายและคลายอุ่น อย่างไรก็ตาม ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของเวลาปฏิกิริยาการตอบสนองต่อการได้ยินของทุกกลุ่ม นอกจากนี้ ในช่วงออกกำลังกายพบค่าเฉลี่ยแลคเตท 3.22 – 7.53 มิลลิโมลต่อลิตรของกลุ่มออกกำลังกาย แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของระดับแลคเตทในกลุ่มควบคุม จากผลการศึกษาสรุปได้ว่า การออกกำลังกายที่ความหนักระดับเบา และการออกกำลังกายที่ความหนักระดับปานกลางส่งผลต่อเวลาปฏิกิริยาการตอบสนองต่อการมองเห็นแบบหลายตัวเลือกที่ลดลง และการออกกำลังกายที่ความหนักระดับสูงส่งผลต่อเวลาปฏิกิริยาการตอบสนองต่อการมองเห็นแบบหลายตัวเลือกเพิ่มขึ้นทั้งในขณะออกกำลังกายและยังคงเพิ่มขึ้นถึงช่วงการคลายอุ่น โดยการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่รวดเร็ว (Speed) และแม่นยำ (Accuracy) เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่บอกถึงสมรรถภาพของนักกีฬาและเป็นข้อได้เปรียบทางการกีฬา โดยเฉพาะชนิดกีฬาที่ต้องใช้การตัดสินใจเป็นสำคัญภายใต้สภาวะกดดัน ทั้งนี้ นักกีฬาและผู้ฝึกสอนสามารถนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้เพื่อจัดโปรแกรแกรมการฝึกซ้อมและแข่งขัน ซึ่งช่วยลดเวลาปฏิกิริยาการตอบสนอง เพิ่มระดับความตั้งใจจดจ่อ (Attention) และการตัดสินใจ (Decision-making) ของนักกีฬาต่อการเผชิญในสถานการณ์จริง

คำสำคัญ

Response timeBlood lactateเวลาปฏิกิริยาการตอบสนองแลคเตทในเลือด

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนารูปแบบการออกกำลังกาย ที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน

ไวพจน์ จันทร์เสม สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2551

ผลของการได้รับบรานช์เชนอะมิโนแอซิดต่อความทนทานในการออกกำลังกายและตัวบ่งชี้ความเสียหายของกล้ามเนื้อ

กรณ์ทิพย์ ลิ่มนรรัตน์ สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2554

ผลของการได้รับกรดอะมิโนลิวซีนต่อประสิทธิภาพความทนทานระหว่างการออกกำลังกาย แบบหนักสลับเบา

กรณ์ทิพย์ ลิ่มนรรัตน์ สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2552

ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยรูปแบบการเซิ้งสะไนประยุกต์ที่มีต่อความดันโลหิต ดัชนีมวลกาย และสุขสมรรถนะของผู้สูงวัยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง

เตชภณ ทองเติม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2560

ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงในเขตบริการสุขภาพ ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์

วรรณภา ประภาสอน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ พ.ศ. 2562

ผลของการจัดการตนเองด้านการออกกำลังกายต่อสมรรถภาพทางกายและ ค่าความดันโลหิตในบุคคลที่อยู่ในระยะก่อนเป็นโรคความดันโลหิตสูง

เสาวลักษณ์ สัจจา พ.ศ. 2557

ผลการใช้โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก จักรยาน และลู่วิ่งไฟฟ้า ที่มีต่อองค์ประกอบของร่างกายในกลุ่มบุคคลที่มีภาวะน้ำหนักเกิน

ฉัตรตระกูล ปานอุทัย มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2563

รูปแบบการออกกำลังกายด้วยแอโรบิคด๊านซ์ ต่อสมรรถภาพกายด้าน ดัชนีมวลกาย สัดส่วนรอบเอวรอบสะโพก และระบบหายใจ ในประชนทั่วไปที่มีภาวะน้ำหนักเกิน

พลากร ชาญณรงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2560

ผลการวิ่งบนพื้นทรายและการขี่จักรยานอยู่กับที่ ที่มีผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา

สมชาย กุลโสภิต สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2551

การเปรียบเทียบผลของการออกกำลังกายในน้ำและบนบกต่อความดันโลหิตและองค์ประกอบของร่างกายในผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานและอ้วน

ภูวรินทร์ นามแดง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2562