ผลของการฝึกความแข็งแรงด้วยยางยืดและน้ำหนักตัวที่มีผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนบนและกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ของนักกีฬายิงธนู
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการฝึกความแข็งแรงด้วยยางยืดและน้ำหนักตัว ที่มีผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนบนและกล้ามเนื้อแกนกลางลําตัวของนักกีฬายิงธนู มีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักกีฬายิงธนู จำนวน 30 คน เพศชาย 16 คน เพศหญิง14 คน อายุระหว่าง 18 – 25 ปี โดยกลุ่มตัวอย่างได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ที่เป็นนักกีฬายิงธนูของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ที่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการแข่งขันกีฬายิงธนู ในระดับชาติและนานาชาติ โดยแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 15 คน กลุ่มควบคุม (Control Group) ฝึกซ้อมตามปกติ และกลุ่มทดลอง (Experimental Group) ฝึกตามโปรแกรมการฝึกความแข็งแรงด้วยยางยืดและน้ำหนักตัว ควบคู่กับการฝึกซ้อมตามปกติ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ฝึกสัปดาห์ละ 3 วัน มีการวัดสัญญาณชีพ และทดสอบสมรรถภาพทางกายตามแบบทดสอบความแข็งแรง ทำการบันทึกสมรรถภาพทางกายของนักกีฬายิงธนู ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ (Repeated Measure ANOVA) และใช้การวิเคราะห์ทางสถิติแบบเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มที่เป็นอิสระจากกัน (Independent Sample t – test) โดยกาหนดค่านัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05ผลการวิจัยพบว่า ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของสมรรถภาพทางกาย ระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 จากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย Grip Strength Test และ 30 Second Push Up Test ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและเปรียบเทียบระหว่างก่อนการฝึก และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 จากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย Core Strength and Stability Test ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่เปรียบเทียบระหว่างหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ P < 0.05ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของสมรรถภาพทางกาย ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ภายในกลุ่มควบคุม พบว่า ผลของค่าเฉลี่ยของสมรรถภาพทางกายภายในกลุ่มควบคุม จากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย Grip Strength Test ระหว่างก่อนการฝึก เปรียบเทียบกับ หลังการฝึกสัปดาห์ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ P < 0.05 และระหว่างหลังการฝึกสัปดาห์ 4 เปรียบเทียบกับ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ P < 0.05 และยังพบว่าผลของค่าเฉลี่ยของสมรรถภาพทางกายภายในกลุ่มควบคุม จากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย 30 Second Push Up Test ระหว่างก่อนการฝึก เปรียบเทียบกับ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระหว่างก่อนการฝึก เปรียบเทียบกับ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ P < 0.05 และระหว่างหลังการฝึกสัปดาห์ 4 เปรียบเทียบกับ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ P < 0.05 และพบอีกว่าผลของค่าเฉลี่ยของสมรรถภาพทางกายภายในกลุ่มควบคุม จากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย Core Strength and Stability Test ระหว่างก่อนการฝึก เปรียบเทียบกับ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และระหว่างหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 เปรียบเทียบกับ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของสมรรถภาพทางกาย ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ภายในกลุ่มทดลอง พบว่า ผลของค่าเฉลี่ยของสมรรถภาพทางกายภายในกลุ่มทดลอง จากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย Grip Strength Test ระหว่างก่อนการฝึก เปรียบเทียบกับ หลังการฝึกสัปดาห์ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ P < 0.05 และระหว่างหลังการฝึกสัปดาห์ 4 เปรียบเทียบกับ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ P < 0.05 และพบว่าผลของค่าเฉลี่ยของสมรรถภาพทางกายภายในกลุ่มควบคุม จากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย 30 Second Push Up Test ระหว่างก่อนการฝึก เปรียบเทียบกับ หลังการฝึกสัปดาห์ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ P < 0.05 และระหว่างหลังการฝึกสัปดาห์ 4 เปรียบเทียบกับ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ P < 0.05 และยังพบอีกว่าผลของค่าเฉลี่ยของสมรรถภาพทางกายภายในกลุ่มควบคุม จากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย Core Strength and Stability Test ระหว่างก่อนการฝึก เปรียบเทียบกับ หลังการฝึกสัปดาห์ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ P < 0.05 และระหว่างหลังการฝึกสัปดาห์ 4 เปรียบเทียบกับ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ P < 0.05คำสำคัญ : นักกีฬายิงธนู, การฝึกความแข็งแรงด้วยยางยืด, การฝึกความแข็งแรงด้วยน้ำหนักตัว, กล้ามเนื้อส่วนบน, กล้ามเนื้อแกนกลางลําตัว