โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนพิการ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับการคัดกรองเด็กที่มีความต้องการพิเศษในประเทศไทย 2) วิเคราะห์และนำเสนอแนวทางการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนพิการ 3) พัฒนาต้นแบบระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนพิการ และ 4) ประเมินต้นแบบระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนพิการ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ สำหรับประเมินประสิทธิภาพต้นแบบระบบ จำนวน 5 คน ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง และกลุ่มบุคลากรในสถานศึกษาในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา สำหรับประเมินความพึงพอใจต่อการใช้งานต้นแบบระบบ จำนวน 63 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างตามสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามความต้องการใช้งานระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนพิการ 2) แบบสัมภาษณ์เก็บข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการคัดกรองนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษและระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนพิการ 3) แบบประเมินประสิทธิภาพต้นแบบระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนพิการ และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการใช้งานต้นแบบระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนพิการ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) การกำหนดประเภทความพิการระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ แบ่งความพิการเป็น 9 ประเภท และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แบ่งความพิการเป็น 7 ประเภท เนื่องมาจากจุดประสงค์ในการปฏิบัติของทั้งสองหน่วยงานแตกต่างกัน โดยกระทรวงศึกษาธิการมุ่งในเรื่องของการคัดแยก เพื่อให้เด็กได้รับการช่วยเหลือจากครูได้อย่างทันท่วงที ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีจุดประสงค์เพื่อการวินิจฉัย (Diagnosis) เพื่อออกเอกสารการรับรองความพิการ และทำบัตรประจำตัวคนพิการ เพื่อให้คนพิการสามารถใช้สิทธิตามบัตรเพื่อขอรับบริการจากรัฐ 2) แนวทางการพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่จะใช้งานร่วมกันในโรงเรียนทุกสังกัดนั้น ควรลดภาระในการกรอกข้อมูลให้กับบุคลากร โดยกรอกข้อมูลเฉพาะที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการสนับสนุนการจัดการศึกษาให้กับนักเรียนพิการ เช่น ข้อมูลส่วนตัวของนักเรียนพิการ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล การตรวจสอบรายชื่อซ้ำซ้อนระหว่างโรงเรียนในแต่ละสังกัด การติดตามข้อมูลศิษย์เก่าของโรงเรียน การแบ่งปันสื่อการเรียนการสอนที่ใช้กับนักเรียนพิการ การนำเสนอข้อมูลบุคคลต้นแบบที่สามารถนำมาเป็นต้นแบบการดำเนินชีวิตให้กับนักเรียนพิการ การแบ่งปันประสบการณ์ในการดูแลนักเรียนพิการ การแนะนำแนวทางการประกอบอาชีพ การให้ข้อมูลหน่วยงานด้านการศึกษาพิเศษ และการรายงานสถิติของนักเรียนพิการในรูปแบบต่าง ๆ เป็นต้น 3) ต้นแบบระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนพิการพัฒนาขึ้นโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีวงจรการพัฒนาระบบ 5 ขั้นตอน คือ การวางแผนโครงการ การวิเคราะห์ การออกแบบ การนำไปใช้ และการบำรุงรักษา พัฒนาด้วยภาษา PHP และฐานข้อมูล MySQL 4) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศประเมินประสิทธิภาพต้นแบบระบบ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ?=4.30, S.D.=0.74) และบุคลากรในสถานศึกษาประเมินความพึงพอใจต่อการใช้งานต้นแบบระบบ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ?=4.33, S.D.=0.60)