นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้และการสื่อสารของคนพิการ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลในการส่งเสริมการเรียนรู้ ของเด็กพิการ 2. เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อคนหูหนวกในการส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศ ในโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยว 3. เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลที่พัฒนาขึ้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสำรวจ แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน แบบฝึกหัดระหว่างเรียน และความพึงพอใจในเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดีดีจิทัลแบ่งเป็น 2 โครงการ ย่อย ได้แก่ โครงการย่อยที่ 1 พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลในการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กพิการ จำนวน 10 เรื่อง ที่ออกแบบให้ใช้ได้ทั้งเด็กทั่วไปและเด็กพิการ 9 ประเภท และโครงการย่อยที่ 2 เป็น การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อคนหูหนวก โดยมีภาพวีดิทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับโบราณสถานและแหล่ง ท่องเที่ยว โดยมีจอภาพล่ามภาษามือ และคำบรรยายแทนเสียง (Caption) และจัดทำเป็นรหัสคิวอาร์ (OR Code) นำไปติดตั้งไว้ในโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวไทย จำนวน 10 แห่ง สถิติที่ใช้ใน งานวิจัยได้แก่ สถิติพื้นฐาน ใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ สถิติเปรียบเทียบ ใช้ t-test และเกณฑ์การประเมิน ประสิทธิภาพ โดยใช้ E1/E2 ใช้ค่า 80/80 ผลการวิจัย การศึกษาลภาพปัจจุบันและความต้องการเทคโลยีติจิตจิตรทั้งหองทั้งการ ย่อย พบว่ามีการใช้เทคโนโลยีอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง และมีความต้องการอยู่ในระดับสูง ถึง สูง มากในทุกด้าน และการทดสอบประสิทธิภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลในการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก พิการที่พัฒนาขึ้น พบว่า มีค่าประสิทธิภาพสูงในกลุ่มเด็กพิการทางการเห็นและพิการทางการได้ยิน ในกลุ่มเด็กพิการทางสติปัญญา เด็กพิการทางการพูดและภาษา เด็กพิการทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ เด็กออทิสติก และเด็กพิการช้อน พบว่ามีด้านกระบวนการต่ำ ส่วนด้านผลลัพธ์พบว่าส่วนใหญ่มีค่า ประสิทธิภาพสูง ค่า t-test มีค่า P-value 0.00 < .05 แสดงว่า คะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังเรียนเด็ก พิการมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และผลการทดลองใช้งานภาคสนามของเทคโนโลยี ดิจิหัลเพื่อคนหูหนวกในการเข้าถึงแหล่งโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยว มีคะแนก่อนเรียนและหลัง เรียนแตกต่างกัน และมีคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุดในทุกด้าน โดยภาพรวมมีค่า ความพึงพอใจมากที่สุด ๔ = 4.98, SD = 0.05 ดังนั้นสรุปได้ว่า เทคโนโลยีดีดิจิทัลที่พัฒนาขึ้น มีความ เหมาะสมในการนำไปส่งเสริมการเรียนรู้และการสื่อสารของคนพิการได้ โดยเสนอแนะให้นำไปใช้กับ เด็กพิการทั่วประเทศ