การพัฒนานวัตกรรมช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย (S5in1) ของเด็กพิการในจังหวัดนครศรีธรรมราช
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย (S5in1) ของเด็กพิการในจังหวัดนครศรีธรรมราช และเปรียบเทียบพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและการทรงตัวก่อนและหลังใช้นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น พร้อมกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นเด็กที่มีความบกพร่องของกล้ามเนื้อที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และขึ้นทะเบียนกับศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช มีอายุระหว่าง 6–15 ปี โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 8 คน ตามเกณฑ์การคัดเลือกเข้าและออก การดำเนินการวิจัย ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การศึกษาย้อนรอยสถานะและอุปกรณ์ดั้งเดิมที่ฟื้นฟูพัฒนาการเด็กพิการ 2) วิเคราะห์บริบทต่างๆ เพื่อศึกษาคุณลักษณะผู้ใช้ 3) ออกแบบ สร้างนวัตกรรม ตรวจสอบความสอดคล้องและความเหมาะสม 4) ทดลองใช้นวัตกรรมช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายฝึกตามโปรแกรม ประเมินผลด้วยแบบประเมินทักษะ ประกอบด้วย 4 ทักษะ ได้แก่ ทักษะการนั่งทรงตัว การยืนและเดินทรงตัว การใช้กล้ามเนื้อแขน-ขา และการใช้กล้ามเนื้อมือ 5) ประเมินความพึงพอใจและความคิดเห็นเกี่ยวกับนวัตกรรม ผลการวิจัยพบว่า สถานะดั้งเดิมการฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับเด็กพิการตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน เป็นการออกแบบสิ่งที่มีอยู่รอบตัวฟื้นฟูตามยถากรรม ผลการออกแบบนวัตกรรมเกิดจากต่อยอดปรับปรุงอนุสิทธิบัตร 8503 ของเล่นเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการเด็กพิการซ้ำซ้อน ผสานการออกแบบกับทฤษฎีการออกแบบและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลางตามหลักการยศาสตร์ร่วมกับทีมสหวิชาชีพซึ่งพบว่าประเด็นที่หนึ่งที่เหมาะแก่การปรับปรุงคือการออกแบบเพิ่มหน้าที่การทำงานให้นวัตกรรมสามารถฝึกทักษะการยืนและเดินได้ การทดสอบประสิทธิภาพของนวัตกรรมที่ประเมินมีค่าเท่ากับร้อยละ 77.19 ผลของการฟื้นฟูทางกายภาพหลังจากใช้นวัตกรรมเป็นเวลา 6 เดือน พบว่าเกิดพัฒนาการของทักษะการนั่งทรงตัว การยืนและเดินทรงตัว การใช้กล้ามเนื้อแขน-ขา และกล้ามเนื้อมือ สูงกว่าก่อนการนำนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมาใช้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .05 ผู้ปกครองมีความพึงพอใจกับความสามารถนวัตกรรมมีประสิทธิภาพ มีความสอดคล้องกับเด็กและเหมาะสมกับขนาดสรีระของเด็ก สามารถใช้งานได้จริง ด้านการใช้งานง่าย เข้าใจได้ง่ายว่าแต่ละส่วนใช้งานอย่างไร สะดวกกับผู้ใช้ไม่มีอุปสรรคใดๆ และด้านความปลอดภัยของนวัตกรรมกับเด็ก มีการป้องกันอันตรายจากการเกิดอุบัติเหตุมีความพึงพอใจมากที่สุด คำสำคัญ : นวัตกรรมช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย, เด็กพิการ, พัฒนาการด้านเคลื่อนไหวและการทรงตัว, อนุสิทธิบัตร