การพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสังเคราะห์องค์ประกอบของระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา 2) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันของระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา 3) เพื่อพัฒนาระบบ ประเมินระบบ และคู่มือระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา และ 4) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษาสภาพปัจจุบันของระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และส่วนที่ 3 เป็นข้อเสนอแนะเพิ่มเติม กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหาร ครู และนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 738 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่ามัชฌิมเลขคณิต ( ) และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)ผลการวิจัย พบว่า 1. ผลการสังเคราะห์องค์ประกอบระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พบว่า องค์ประกอบระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก และ 65 องค์ประกอบย่อย ได้แก่ 1) ด้านการรู้จักนักศึกษาเป็นรายบุคคล มี 15 องค์ประกอบย่อย 2) ด้านการคัดกรองนักศึกษา มี 13 องค์ประกอบย่อย 3) ด้านการส่งเสริมพัฒนานักศึกษา มี 12 องค์ประกอบย่อย 4) ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา มี 13 องค์ประกอบย่อย และ 5) ด้านการส่งต่อ มี 12 องค์ประกอบย่อย 2. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันของระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พบว่า สภาพปัจจุบันของระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก 3. ผลการพัฒนาระบบ ประเมินระบบ และคู่มือระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 3.1 ผลการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พบว่า ระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกอบด้วย ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก 34 องค์ประกอบย่อย ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 ด้านการรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล ประกอบด้วย 8 องค์ประกอบย่อย องค์ประกอบที่ 2 ด้านการคัดกรองผู้เรียน ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบย่อย องค์ประกอบที่ 3 ด้านการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบย่อย องค์ประกอบที่ 4 ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้เรียน ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบย่อย และองค์ประกอบที่ 5 ด้านการส่งต่อผู้เรียน ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบย่อย 3.2 ผลการประเมินระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยทรงคุณวุฒิ พบว่า ระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมาก ส่วนความเป็นไปได้โดยรวมอยู่ในระดับมาก 3.3 ผลการประเมินคู่มือระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยทรงคุณวุฒิ พบว่า คู่มือระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 4. ผลการศึกษาประสิทธิภาพของระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พบว่า ระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีประสิทธิภาพโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด