การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในจังหวัดสกลนคร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตุประสงค์โดยภาพรวม ได้แก่ 1) เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลความยากจนและติดตามการช่วยเหลือของจังหวัดสกลนคร 2) เพื่อติดตาม วิเคราะห์ข้อมูลคนจนและหนุนเสริมกลไกการพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของจังหวัดสกลนคร และ 3) เพื่อสังเคราะห์ข้อมูลพื้นที่ระดับครัวเรือน การทำงานเชิงพื้นที่แก้ไขปัญหาความยากจนของจังหวัดสกลนครเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครัวเรือนตกเกณฑ์ จปฐ. วิธีการดำเนินงานใช้กระบวนการแบบมีส่วนร่วม ดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การจัดทำระบบข้อมูลความยากจนและติดตามความช่วยเหลือ ระยะที่ 2 การวิเคราะห์ข้อมูล การคืนข้อมูล และระยะที่ 3 การทำงานโครงการนำร่องและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย การรวบรวมข้อมูลในงานวิจัยทั้งจากแหล่งปฐมภูมิ ได้แก่ การเก็บแบบสอบถาม การสัมภาษณ์และการจัดเวทีรวบรวมความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมาย รวบรวมข้อมูลจากแหล่งทุติยภูมิ ได้แก่ แผนชุมชน ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน ข้อมูลความต้องการชุมชน ดำเนินการโครงการนำร่องบนพื้นฐานการวิเคราะห์แนวทางความต้องการการพัฒนาจากข้อมูลพื้นที่ ซึ่งผลการวิจัยเกิดระบบและกลไกที่สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ได้ 2 ระบบ คือ 1) ระบบและกลไกการบริหารจัดการข้อมูล และ 2) ระบบและกลไกเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจน1. ระบบและกลไกการบริหารจัดการข้อมูล1) การค้นหาและสอบทานข้อมูลอย่างแม่นยำ2) การค้นหาทุนครัวเรือนเพื่อหาแนวทางการพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จ3) การส่งต่อข้อมูลไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการเข้าถึงสวัสดิการรัฐ2. ระบบและกลไกเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจน1) บทบาทมหาวิทยาลัยต่อการแก้ไขปัญหาความยากจน 2) บทบาทระดับหน่วยงานท้องถิ่น ท้องที่เพื่อการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย3) บทบาทระดับชุมชนเพื่อการสร้างหน่วยจัดการความยากจน4) บทบาทระดับครัวเรือนเพื่อการสร้างศักยภาพหลุดพ้นด้วยทุน 5 ด้าน1. ระบบและกลไกการบริหารจัดการข้อมูล 1.1 การค้นหาและการสอบทานข้อมูลอย่างแม่นยำการสำรวจเริ่มต้นจากข้อมูลระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (TPMAP) ซึ่งเป็นข้อมูลจากการสำรวจจากข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ตามดัชนี MPI และมีการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ โดยวัดจากดัชนีความยากจน 5 มิติ ได้แก่ ด้านสุขภาพ ด้านความเป็นอยู่ ด้านการศึกษา ด้านรายได้ และด้านการเข้าถึงบริการของรัฐ พบว่าจังหวัดสกลนครมีจำนวนคนจนตาม TPMAP เท่ากับ 15,390 คน หรือ 8,449 ครัวเรือน แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลยังมีข้อมูลจากการสำรวจจากข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ที่ไม่ผ่านเกณฑ์และไม่ได้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐอีกจำนวน 2,241 ครัวเรือน ดังนั้นคณะผู้วิจัยจึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายคนจนระดับครัวเรือนของโครงการนี้ โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจจากข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ MPI ซึ่งมีทั้งครัวเรือนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและไม่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าด้วย รวมครัวเรือนทั้งหมดเท่ากับ 10,690 ครัวเรือน หรือจะเรียกว่าเป็นคนจน จปฐ. ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ตามดัชนี MPI การสอบทานข้อมูลกลุ่มคนจนเป้าหมายตาม TPMAP ในแต่ะอำเภอจำนวน 10,690 ครัวเรือน โดยอาสาสมัครทั้งหมด 770 คน ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน 2563 เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามทุน 5 ด้าน พบว่าสามารถสำรวจข้อมูลได้ 9,882 ครัวเรือน คิดเป็น 92.44 % มีสมาชิกในครัวเรือนทั้งหมดที่สำรวจได้เท่ากับ 37,689 คน พบปัญหาจากการสำรวจข้อมูล อาทิ ครัวเรือนคนจนเป้าหมายไม่ให้ข้อมูลเนื่องจากมีฐานะดีอยู่แล้ว บางครัวเรือนเป็นข้าราชการ บางครัวเรือนย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น ครัวเรือนไปทำงานไม่อยู่บ้านช่วงที่ไปสำรวจ และครัวเรือนไม่ให้ข้อมูลด้านรายได้และเงินออม เป็นต้น จึงทำให้สำรวจข้อมูลได้ไม่ครบตามเป้าหมายและข้อมูลในแบบสอบถามไม่สมบูรณ์ หากพิจารณาเป็นรายอำเภอจำแนกตามทุนแต่ละด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากสุด พบว่า อำเภอวานรนิวาสมีทุนมนุษย์และทุนการเงิน อำเภอคำตากล้ามีทุนกายภาพและทุนสังคม อำเภอโคกศรีสุพรรณมีทุนธรรมชาติ หากพิจารณาตามลักษณะภูมินิเวศพื้นที่จังหวัดสกลนคร ได้แก่ อำเภอกุดบากพื้นที่นำร่อง (ภูมินิเวศหุบเขา) จะมีทุนกายภาพมากสุดและทุนทางสังคมน้อยสุด, อำเภอส่องดาว (ภูเขา) จะมีทุนกายภาพมากสุดและทุนมนุษย์น้อยสุด,อำเภออากาศอำนวย (ลุ่มน้ำ) จะมีทุนกายภาพมากสุดและทุนสังคมน้อยสุด, อำเภอโพนนาแก้ว (ลุ่มน้ำหนองหาร) จะมีทุนกายภาพมากสุดและทุนสังคมน้อยสุด, อำเภอเมือง (เขตเมือง) จะมีทุนกายภาพมากสุดและทุนสังคมน้อยสุด และอำเภอเต่างอย (พื้นที่หมู่บ้านราชภัฏ) จะมีทุนกายภาพมากสุดและทุนสังคมน้อยสุด รายละเอียดดังภาพที่ 4.9 ส่วนใหญ่จะมีทุนทางสังคมน้อยสุด เนื่องมาจากไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการองค์กรในชุมชน ทำนองเดียวกับทุนมนุษย์ สาเหตุอาจมาจากสมาชิกในครัวเรือนมีการศึกษาในชั้นประถมและต่ำกว่าประถม ในทำนองกลับกันส่วนใหญ่จะมีทุนกายภาพมากสุด เพราะครัวเรือนส่วนใหญ่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง มีระบบสาธารณูปโภคและเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น1.2 การค้นหาทุนเพื่อหาแนวทางการพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จการวิเคราะห์ข้อมูลทุนของคนจนเป้าหมาย พิจารณาจากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของทุนดำรงชีวิตที่ได้มาจากระบบการสนับสนุนการการทำงานเชิงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน พบว่า ทุนกายภาพมีมากที่สุด 3.รองลงมาคือทุนมนุษย์ ทุนธรรมชาติ ทุนสังคม และทุนการเงิน ตามลำดับ โดยภาพรวมครัวเรือนเป้าหมายมีโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีพค่อนข้างดี เช่น ที่อยู่อาศัย การคมนาคมขนส่ง ไฟฟ้า ประปา และอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น แต่ยังคงมีหนี้ แม้ว่าจะเป็นสมาชิกการออมขององค์กรการเงิน หากวิเคราะห์ทุนชุมชนจากข้อมูลทุติยภูมิร่วมด้วย จะทำให้เห็นทุนชุมชนที่เอื้อต่อการบรรเทาความยากจนและการดำรงชีวิตของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างดี นอกจากนั้นระบบฯ ยังจำแนกลักษณะครัวเรือน 4 ลักษณะบนฐานทุน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ตรงจุดตามความยากจน แต่ยังต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพร่วมด้วย เพื่อระบุอย่างแม่นตรงถึงความขาดแคลน ความต้องการ และศักยภาพทุนเป็นรายครัวเรือน 1.3 การส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากการสอบทานข้อมูลครัวเรือนเป้าหมาย พบข้อมูลครัวเรือนที่อยู่นอกเป้าหมาย TPMAP จากอาสาสมัครและผู้นำชุมชน จำนวน 418 ครัวเรือน ดำเนินการส่งต่อครัวเรือนที่ต้องการความช่วยเหลือทั้งที่อยู่ในเป้าหมายและนอกเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและกลุ่มพึ่งพิง เช่น ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง ไม่มีที่อยู่อาศัย ตามรายละเอียดครัวเรือนและต้องการความช่วยเหลือ จำนวนทั้งสิ้น 260 ครัวเรือน ไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงจังหวัดสกลนคร ซึ่งหน่วยงานทำการตรวจสอบข้อมูลและเยี่ยมบ้านโดยอาสาสมัครพัฒนาชุมชน (อพช.) พร้อมให้การช่วยเหลือตามแผน 3 ระยะ ได้แก่ ระยะยาว (ที่ทำกิน/แผนท้องถิ่น) ระยะกลาง (อาชีพ/ที่อยู่อาศัย) และระยะเร่งด่วน (สงเคราะห์/อุดหนุน/ฟื้นฟู/ส่งต่อ) ระบบและกลไกการบริหารจัดการข้อมูล หากดำเนินการได้อย่างแม่นยำและเบ็ดเสร็จ จะสามารถวิเคราะห์ปัจจัยและความเหนี่ยวรั้งให้ติดกับดักความยากจน ทำให้ครัวเรือนถูกนิยามตามปัญหาการดำรงชีพ แม้ว่าจะมีทุนชุมชนหรือทุนครัวเรือนที่เกื้อกูลและเป็นประโยชน์ แต่หากปัจจัยนั้นมาจากการขาดโอกาสและความเหลื่อมล้ำก็อาจจะทำให้ครัวเรือนติดกับดักความจนดังนั้นทางเลือกการปฏิบัติการโมเดลแก้จน จึงควรดำเนินการบนพื้นฐานทุนและลักษณะการดำรงชีพ ต้องใช้ระยะเวลาการปรับ mindset ครัวเรือน เพื่อสร้างการเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยระบบและกลไกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม ที่อยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน และต้องเกิดจากเห็นปัญหาร่วมจึงจะนำไปสู่การร่วมกันแก้ปัญหาที่ยุ่งยากแบบนี้ได้ คณะผู้วิจัยจึงได้เสนอ โมเดลแก้จนสกลนคร ที่ต้องบูรณาการการทำงานเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำเป็นฐานข้อมูลครัวเรือนในท้องถิ่น ปฏิบัติการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง 2. ระบบและกลไกเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจน การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำของประเทศไทย เป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติ จึงต้องบูรณาการความร่วมมือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับจังหวัดสกลนคร มีหน่วยงานหลัก 5 หน่วยงานรับผิดชอบตามมิติคนตกเกณฑ์ จปฐ. เช่น สำนักงานพัฒนาชุมชนรับผิดชอบมิติรายได้ เรื่อง การพัฒนาอาชีพให้เกิดรายได้ สำนักงานสาธารณสุขรับผิดชอบมิติด้านสุขภาพ เรื่อง การส่งเสริมสุขภาพชุมชน ลดโรคไม่ติดต่ออายุรกรรม เป็นต้น แต่หน่วยงานอื่น เช่น สำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัด จะรับผิดชอบการขุดบ่อบาดาลให้ชุมชน สำนักงานเกษตรจังหวัด จะรับผิดชอบส่งเสริมการเกษตร แม้แต่มหาวิทยาลัยก็มีองค์ความรู้จากการศึกษาวิจัยเพื่อแก้ปัญหาให้กับท้องถิ่น หากหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้รับรู้ข้อมูลปัญหา ความต้องการของครัวเรือนคนจน อาจทำให้เกิดกระบวนการการแก้ไขความยากจนแบบองค์รวมโดยใช้ฐานข้อมูลชุดเดียวกัน One Data, One Plan 2.1 บทบาทมหาวิทยาลัยต่อการแก้ไขปัญหาความยากจน การดำเนินงานโครงการแก้ปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ มหาวิทยาลัยราชภัฏมีบทบาทเป็นทุนปัญญาในพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญ ในการสนับสนุน เชื่อมโยงข้อมูลจากแพลตฟอร์มแก้จนชุดเดียวกันในการทำงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในมหาวิทยาลัยและภาคีเครือข่าย ให้เป็นพลังขับเคลื่อนการแก้ปัญหาความยากจนซึ่งมีหลายมิติ รวมทั้งประสานความร่วมมือการช่วยเหลือตั้งแต่ระดับครัวเรือน จังหวัดและประเทศ ตามปณิธานการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่อย่างแท้จริง โดยมีทีมกลาง บพท. เป็นที่ปรึกษาและหนุนเสริมการทำงานของมหาวิทยาลัย ทำให้สามารถดำเนินงานตามกระบวนการได้ตรงวัตถุประสงค์โครงการ มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย 2.2 บทบาทระดับหน่วยงานท้องถิ่น ท้องที่ เพื่อการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจนถือเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กรอบการดำเนินโครงการนี้จึงต้องชัดเจนและมาจากการมีส่วนร่วมของพื้นที่ทุกภาคส่วน รวมทั้งรายงานผลได้เชิงประจักษ์ และเป็นภาคีที่สำคัญต่อการผลักดันให้เกิดนโยบายเอื้อคนจนแบบตรงจุด บทบาทของหน่วยงานจึงแบ่งได้ 2 ระดับ คือ 1) ระดับนโยบาย โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ เห็นชอบและมอบนโยบายการขับเคลื่อนโครงการผ่านศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนฯ จังหวัด ภายใต้ข้อมูลชุดเดียวกันกับมหาวิทยาลัย ความแม่นยำจึงเริ่มเกิดขึ้น และแนะนำว่าต้องคัดเลือกครัวเรือนเป้าหมายที่พร้อมจะแก้ไขปัญหาด้วยกัน จึงทำให้การขับเคลื่อนโครงการนำร่อง กุดบากโมเดล ที่อำเภอกุดบาก ร่วมกับนายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอกุดบากที่ขานรับนโยบายสู่การพัฒนาร่วมกับผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ สร้างการรับรู้การจัดเก็บข้อมูลในพื้นที่ ให้ความร่วมมือการให้ข้อมูล และผลักดันการแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ จึงสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นตัวอย่างการพัฒนาแก่พื้นที่อำเภออื่น ๆ ในอนาคตต่อไป 2) ระดับปฏิบัติการ จะเป็นบทบาทการดำเนินงานของผู้นำชุมชน ครัวเรือน ผู้ปฏิบัติการในพื้นที่2.3 บทบาทระดับชุมชนเพื่อสร้างหน่วยจัดการความยากจน ผู้นำทางการ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ปฏิบัติงานระดับตำบล อำเภอ หรือผู้นำไม่ทางการ เช่น อสม. ปราชญ์ชุมชน อาสาสมัครของหน่วยงานต่าง ๆ เป็นผู้ใกล้ชิดกับครัวเรือนมากที่สุด บทบาทระดับชุมชน ทำหน้าที่ค้นหาสอบทานข้อมูล รวมทั้งค้นหาข้อมูลครัวเรือนคนจนเชิงลึกที่ไม่ปรากฏในฐานข้อมูล เพื่อให้ได้รับสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึง ผู้นำชุมชนยังเป็นผู้คัดเลือกครัวเรือนให้ได้ร่วมโครงการแก้ไขความยากจน โครงการอบรมส่งเสริมทักษะอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต ดังเช่นโครงการนำร่องบ้านกุดไหตำบลกุดไห ครัวเรือนเป้าหมายที่ร่วมโครงการพัฒนาก็ได้รับคัดเลือกจากผู้นำชุมชนและผู้ปฏิบัติการพัฒนาเกษตรกรในท้องถิ่น บทบาทระดับชุมชนเป็นกลไกสำคัญของการรับรู้ข้อมูลที่มีความใกล้ชิดกับครัวเรือนยากจน ดังนั้นหน่วยงานระดับท้องถิ่นจึงควรกำหนดหน้าที่การจัดการข้อมูลให้กับผู้ปฏิบัติงานหรืออาสาสมัคร แต่ในปีที่ 1 นี้ผลงานวิจัยยังไม่สามารถดำเนินการผลักดันให้เกิดหน่วยจัดการข้อมูลในชุมชน เพียงแต่แสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ให้ผู้นำชุมชน ผู้บริหารท้องถิ่นเห็นความสำคัญของแพลตฟอร์มแก้ไขความยากจน ด้วยการค้นหา สอบทานข้อมูลครัวเรือน และให้ความช่วยเหลือตามความขาดแคลน และเป็นข้อมูลพื้นฐานที่จะนำไปจัดทำข้อเสนอโครงการในแผนปฏิบัติการประจำปีเพื่อพัฒนาอาชีพครัวเรือนยากจน หรือเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเอื้อคนจนได้ การดำเนินงานสร้างระบบการจัดการข้อมูลชุมชนหรือการผลักดันให้เกิดอาสาสมัครนักจัดการข้อมูลจะเริ่มดำเนินการในโครงการปีที่ 2 ต่อไป 2.4 บทบาทระดับครัวเรือนเพื่อการสร้างศักยภาพหลุดพ้นด้วยทุน 5 ด้าน การดำเนินโครงการนำร่องเป็นโครงการตัวอย่างการพัฒนาจากทุนศักยภาพและความเข้มแข็งของครัวเรือนเป้าหมาย แสดงให้เห็นว่าครัวเรือนเป้าหมายต้องการหลุดพ้นจากกับดักความยากจน และเชื่อมั่นใน ศักยภาพตนเองเพื่อนำทุนที่มีอยู่เป็นหนทางสู่ความหลุดพ้นความจน และไม่ต้องการให้คนรุ่นถัดไปต้องจนอีก จะเห็นได้จากปลูกผักที่ทำเป็นอาชีพเสริมหลังการทำนา ที่ถูกพัฒนาเป็นการปลูกผักปลอดภัย ตลอดจนการพร้อมเรียนรู้องค์ความรู้เทคโนโลยีและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ได้แก่ การเรียนรู้นวัตกรรมเครื่องสูบน้ำและแนวคิดการรวมกลุ่มวิสาหกิจผักปลอดภัย ผักแซ่บบึงอาคะ ทำให้ลดเวลาการรดน้ำผัก เกิดการรวมกลุ่ม สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ รวมทั้งการได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตจากหน่วยงานภาครัฐ พร้อมเรียนรู้ความรู้ใหม่และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายหลังการจัดตั้งกลุ่ม เป็นต้น นอกจากนั้นได้มีส่วนการเสนอแนวทางพัฒนากลุ่มครัวเรือนยากจนตามคุณลักษณะครัวเรือน 4 ประเภท ได้แก่ อยู่ลำบาก อยู่ยาก อยู่พอได้ อยู่ดี เพื่อชี้นำความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นให้ตรงจุด เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ และความต้องการของกลุ่มคนยากจน เช่น การจัดตั้งกองทุนเพื่อคนยากจน เป็นต้น ครัวเรือนมีบทบาทอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาความยากจน เพราะเป็นหน่วยแรกที่ถูกชี้ว่า จน จากการสำรวจข้อมูลภาครัฐ จึงเป็นโอกาสและภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในชีวิต โอกาสที่ได้รับจากการเป็นคนที่ถูกชี้ว่าจน อาจมาจากการได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้รับความรู้เพิ่มทักษะอาชีพ ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต สมาชิกได้รับโอกาสการดูแลความจน 5 มิติ บุตรหลานได้รับการศึกษาภาคบังคับ ได้รับทุนสนับสนุนการสร้างอาชีพ เป็นต้น แต่บางครั้งอาจก่อให้เกิดภาระต่อการพัฒนาศักยภาพตนเอง เช่น จาการเก็บข้อมูลครัวเรือน ได้สะท้อนว่าไม่อยากอยู่ในกลุ่มคนจน เพราะไม่มีเวลาไปอบรมอาชีพ เนื่องจากต้องไปกรีดยาง เป็นต้น ดังนั้นผลการวิจัยจึงนำคืนข้อมูลให้ครัวเรือนเป้าหมายได้รับทราบทุนครัวเรือนตนเอง และปรับ mindset ด้วยการแสดงข้อมูลรายได้ ผลผลิตที่เกิดรายได้ และทักษะความสามารถของตนเองเพื่อสร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ จะเห็นได้จากครัวเรือนที่ร่วมโครงการปลูกผักรอบบึงอาคะ เมื่อเห็นรายได้จากผลผลิตการปลูกผักระยะเวลา 5 เดือน ประมาณ 210,000 บาท หรือรายได้ของนักการขยายประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน ทำให้เริ่มมีความคิดจะปลูกผักเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันผู้บริโภคนิยมทานผักปลอดภัยมากขึ้น และอยากเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานเป็นอาชีพเสริมหลังการทำนาอีกด้วย แสดงให้เห็นว่าครัวเรือนมีทัศนคติที่ดีต่อการแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยทุนครัวเรือน เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ตามความจำเป็นขั้นพื้นฐาน ไม่ก่อให้เกิดภาระและหนี้สินในอนาคตต เป็นต้น ระบบและกลไกการบริหารจัดการข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำระดับครัวเรือน จะต้องมาจากการสำรวจข้อมูล การสอบทาน การลงระบบข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อการประมวลผลที่แม่นยำ นำสู่ระบบการแก้ไขปัญหาความยากจน เชิงพื้นที่ตามบทบาทและหน้าที่ของผู้รับผิดชอบดูแลนโยบายความช่วยเหลือ สนับสนุน และบริการ ขึ้นอยู่กับบริบทความแตกต่างของพื้นที่ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ทุนอาชีพ ทุนครัวเรือน แต่ท้ายที่สุดก็เพื่อแสวงหาปฏิบัติการโมเดลแก้จน ให้คนจนหลุดพ้นจากกับดักความยากจน มีรายได้เกินเส้นความยากจน มีคุณภาพชีวิตตามพื้นฐานการดำรงชีพ และเพื่อขจัดความยากจนจากประเทศไทย