Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท

สุธิมา เทียนงาม หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท มีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนากระบวนการและตัวแบบการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จ โดยสนับสนุนการจัดทำระบบข้อมูลความยากจน การติดตามการช่วยเหลือในการแก้ปัญหาความยากจน และการพัฒนาตัวแบบปฏิบัติการแก้จน ด้วยการออกแบบกลไก กระบวนการวิจัย และเครื่องมือในการพัฒนาเชิงพื้นที่สนับสนุนการทำงานช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความยากจน ติดตาม วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลครัวเรือนคนจน และหนุนเสริมกลไกพัฒนาเชิงพื้นที่ บูรณาการความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน พร้อมจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย โดยใช้หลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) จากทุกภาคส่วนทั้งส่วนราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชน โดยมีผลการดำเนินงานดังนี้ 1) ค้นหาและสอบทานครัวเรือนคนจนเป้าหมาย จำนวน 4,601 ครัวเรือน มาจากฐานข้อมูลจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform – TPMAP) จำนวน 2,094 ครัวเรือน และ Add on ครัวเรือนคนจนจากการชี้เป้าโดยชุมชนที่เห็นร่วมกันว่ามีสภาวะความเป็นอยู่ยากลำบากจริง จำนวน 2,507 ครัวเรือน ลักษณะของครัวเรือนเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นครัวเรือนอยู่ยาก ไม่มีรายได้ แต่ถ้ามีรายได้ก็ไม่สม่ำเสมอ ไม่มีที่ดินทำกิน หรือมีที่ดินทำกินก็ไม่ใช่ของตนเอง มีปัญหาการเข้าถึงแหล่งน้ำทำการเกษตร ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพใช้แรงงาน ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในการดำรงชีพหรือสร้างรายได้ และยังไม่ได้ใช้อุปกรณ์สารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการดำรงชีพ มีทุนการดำรงชีพอย่างยั่งยืน 5 มิติ (Sustainable Livelihoods Framework: SLF) ด้านสังคมต่ำที่สุด (1.36) ครัวเรือนเป้าหมายส่วนใหญ่ ยังไม่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการชุมชน ยังไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มทางสังคม แต่เริ่มมีแนวทางหรือกฎระเบียบที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของชุมชนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น กติกา ธรรมนูญชุมชน การบริหารจัดการ องค์กร กลุ่ม หรือสถาบันในชุมชนขึ้นอยู่กับผู้นำหลัก และมีทุนทางกายภาพสูงที่สุด (2.83) ส่วนใหญ่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง สภาพมั่นคงแข็งแรงปานกลาง ถูกสุขลักษณะ มีสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไฟฟ้า ประปา แต่บางครัวเรือนเข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ต 2) กระบวนการค้นหาและสอบทานที่มีคุณภาพ ด้วยการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ ดังนี้ (1) สร้างกลไกความร่วมมือในระดับพื้นที่ทั้งในส่วนของจังหวัด และอำเภอ (2) พัฒนาทีมสำรวจและสอบทานข้อมูล (3) สำรวจ และสอบทานข้อมูลครัวเรือนเป้าหมาย (4) ติดตาม และตรวจสอบ ความถูกต้อง ครบถ้วน และเชื่อถือได้ของข้อมูล ทำให้ได้ ข้อมูลที่มีคุณภาพ 3) เกิดการส่งต่อข้อมูลความช่วยเหลือ 2 ลักษณะ ดังนี้ (1) การส่งต่อข้อมูลความต้องการไปตามภารกิจของหน่วยงาน (2) พัฒนาโครงการบรรจุในแผนงาน/โครงการของหน่วยงานเพื่อดำเนินการช่วยเหลือครัวเรือนคนจนเป้าหมาย ทั้งระดับเทศบาล ระดับอำเภอ และจังหวัด 4) เกิดกลไกดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจน ได้แก่ นักจัดการข้อมูลชุมชน และภาคีเครือข่ายความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ที่ร่วมกันดำเนินการ 5) ครัวเรือนคนจนมีความต้องการ 2 ลักษณะสำคัญ คือ (1) อยู่ได้ : การดำรงชีพขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ คือ มีอาหารที่เพียงพอ ที่อยู่อาศัยที่แข็งแรง และการเข้าถึงสวัสดิการรัฐตามสิทธิ สวัสดิการชุมชน (2) อยู่ดี : โอกาสในการพัฒนาตนเอง ในด้านการมีงานทำ ทักษะอาชีพ รายได้ 6) เกิดปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความยากจน จากการใช้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ (1) ข้อมูลทุนศักยภาพคนจน (Sustainable livelihoods) (2) ข้อมูลศักยภาพชุมชนและบริบทความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ที่เอื้อต่อการพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหา นำมาสร้างการเรียนรู้ร่วมกันในเวทีวิเคราะห์โอกาส และพัฒนาแนวทางแก้จน ซึ่งเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมของคนจน ผู้นำชุมชน หน่วยงานในท้องถิ่น ทำให้เข้าใจสถานการณ์และพัฒนาทางออกและร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ที่มีนักจัดการข้อมูลชุมชนเป็นผู้สร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในเวที นำไปสู่การวิเคราะห์ทางเลือกร่วมกันเพื่อตัดสินใจออกแบบโมเดลแก้จนบนฐานทุนชุมชนและศักยภาพคนจน ดังนี้ (1) นวัตกรรมแก้จน แพะเงินล้าน ขับเคลื่อนโดยนักจัดการข้อมูลชุมชน ทำให้เกิดการจัดตั้ง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาอาชีพโพงาม โดยชุมชนได้ใช้ศักยภาพของผู้นำชุมชน ทุนทรัพยากร และความเข้มแข็งของกลุ่มในชุมชน ซึ่งเป็นจุดแข็งมาขับเคลื่อนให้เกิดการประกอบการ ทำให้เกิดตัวแบบสำคัญในการแก้ปัญหาความยากจน ดังนี้ 1. การออกแบบงานที่อยู่บนฐานการเชื่อมโยงกับข้อมูลทุนการดำรงชีพ และทุนบริบทชุมชน 2. เกิดกิจการที่คนจนร่วมเป็นเจ้าของและได้รับประโยชน์ในเชิงการมีรายได้ที่เกิดจากการทำงาน/มีงานทำ 3. มีการประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยมาสู่การผลิตจริงที่ต่อยอดเป็นธุรกิจ/วิสาหกิจได้ 4. ผลผลิตมีศักยภาพในการจำหน่ายได้ทั้งตลาดทั้งภายในและภายนอกพื้นที่ มีครัวเรือนเป้าหมายเข้าร่วมจำนวน 149 ครัวเรือน (2) การบริหารจัดการแปลงรวม สำหรับครัวเรือนที่ไม่มีที่ดินทำกิน และมีทักษะด้านการเกษตร ใช้พื้นที่รวมในการเพาะปลูกเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร สร้างรายได้ ภายใต้แนวคิด การเกื้อกูลจากชุมชนผ่านครัวเรือนรอการพัฒนาสู่ครัวเรือนพึ่งพิง (3) กองทุนข้าวสาร สำหรับครัวเรือนพึ่งพิง เพื่อให้มีข้าวสารเพียงพอที่จะบริโภค และสามารถนำเงินสวัสดิการไปใช้ในการดำรงชีพด้านอื่นให้เพียงพอและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น ซื้อกับข้าว ซื้อยา เป็นค่ารถไปหาหมอ (4) กองทุนแก้จน ทำหน้าที่เป็น ไมโครไฟแนนซ์ (Microfinance) สำหรับครัวเรือนรอการพัฒนา โดยนำผลกำไรจากการประกอบการของกลุ่มวิสาหกิจแก้จนมาบริหารจัดการร่วม ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อต่อยอดพัฒนาอาชีพ (5) เครือข่าย ช่าง D Home: คลังแรงงานแก้จน สำหรับครัวเรือนประกอบการ ด้วยการ Matching ครัวเรือนที่มีทักษะด้านช่างและได้รับการพัฒนาทักษะ(Up Skill) การเป็นผู้ประกอบ กับครัวเรือนที่ต้องการช่างในการซ่อมแซมบ้าน รวมถึงครัวเรือนคนจนที่ได้รับงบประมาณค่าวัสดุซ่อมบ้านจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน แต่ยังขาดแรงงาน 7) ลักษณะตัวแบบแก้จนที่จะทำให้คนจนมีส่วนร่วม และสามารถพัฒนาตนเองได้ คือ 1) กิจกรรมที่ดำเนินการอยู่บนฐานการเชื่อมโยงกับข้อมูลทุนการดำรงชีพ และทุนบริบทชุมชน 2) เป็นกิจกรรมที่คนจนร่วมเป็นเจ้าของและได้รับประโยชน์ในเชิงการมีรายได้ที่เกิดจากการทำงาน/มีงานทำ 3) มีการประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยมาสู่การผลิตจริงที่ต่อยอดเป็นธุรกิจ/วิสาหกิจได้ 4) ผลผลิตมีศักยภาพในการจำหน่ายได้ทั้งตลาดทั้งภายในและภายนอกพื้นที่8) การเชื่อมโยงการปฏิบัติการแก้จนกับแผนในระดับท้องถิ่น ต้องเริ่มจากการเห็นชอบร่วมกันของคนในชุมชนพัฒนาเป็นแผนชุมชน และแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะช่วยให้โครงการได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านงบประมาณ และการต่อยอดพัฒนา ทำให้การปฏิบัติการมีความยั่งยืนในระยะยาว

คำสำคัญ

Povertyความยากจนการพัฒนาพื้นที่Area Based DevelopmentPoverty..informationระบบข้อมูลคนจน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร

ทิวากร เหล่าลือชา หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563

การวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ในพื้นที่จังหวัดยโสธร

ชัยวิวัฒน์ วงศ์สวัสดิ์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563

งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดยะลา

เกสรี ลัดเลีย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2564

การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในจังหวัดสกลนคร

มาลี ศรีพรหม หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563

การวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทรงศักดิ์ ปัญญา หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563

โครงการวิจัยการดำเนินแก้ไขปัญหาความยากจนตามแนวพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ยากจน ตำบลดอนกลอย อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี

สมญา อินทรเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2551

โครงการวิจัยการดำเนินแก้ไขปัญหาความยากจน ตามแนวพระราชดำริเรื่อง การพึ่งตนเองในพื้นที่ยากจนตำบลตลุกดู่ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี

ไชยรัตน์ ปราณี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2551

การวิจัยและพัฒนาเพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจนของชุมชนในแหล่งอารยธรรมตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง

ณัฐกิตติ์ อินทร์สวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2558

การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการใน ชุมชนชาวกะเหรี่ยง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี

สุทิน สนองผัน มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พ.ศ. 2552

โครงการความร่วมมือเพื่อจัดการปัญหาความยากจน พัฒนาสังคม และสุขภาวะ จังหวัดอุตรดิตถ์

รังสรรค์ น้อยท่าช้าง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พ.ศ. 2553