การศึกษาบทบาทของการค้าและการท่องเที่ยวต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และเศรษฐกิจในชุมชนของอำเภอเชียงของ เพื่อรองรับการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของระบบ 1 เมือง 2 แบบ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาบทบาทของการค้าและการท่องเที่ยวต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และเศรษฐกิจในชุมชนของอำเภอเชียงของเพื่อรองรับการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ “ระบบ 1 เมือง 2 แบบ” มี วัตถุประสงค์ในการศึกษาคือ 1) ศึกษาบทบาทของกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านการค้าและการท่องเที่ยวต่อระดับบุคคล ครัวเรือน และเศรษฐกิจชุมชนในอำเภอเชียงของ และ 2) ศึกษาแนวทางพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านการค้าและการท่องเที่ยวเพื่อรองรับการเป็น 1 เมือง 2 ระบบของอำเภอเชียงของ การศึกษาในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม โดยเก็บข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์ครัวเรือน จำนวน 653 ตัวอย่าง และมีสนทนากลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าและการท่องเที่ยว ผลการศึกษาพบว่า ครัวเรือนที่ประกอบอาชีพการค้าและการท่องเที่ยวในเชียงของ มีรายได้เฉลี่ยในครัวเรือนมากกว่าครัวเรือนที่ทำการเกษตร โดย ครัวเรือนที่มีสมาชิกในครัวเรือนทำการท่องเที่ยวมีรายได้เฉลี่ย เท่ากับ 9,880.50บาท ต่อเดือน ในขณะที่ครัวเรือนที่ประกอบอาชีพการค้าชายมีรายได้ เท่ากับ10,733.69 บาทต่อเดือน และครัวเรือนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีรายได้ 6,355.72 ต่อเดือน จากการวิเคราะห์สถานการณ์ความยากจนจากกลุ่ม พบว่า สัดส่วนคนจน คิดเป็นร้อยละ 13.79 และครัวเรือนที่ประกอบอาชีพด้านการค้าชายแดนมีสัดส่วนความยากจนน้อยกว่าครัวเรือนที่ประกอบการเกษตรและการท่องเที่ยว สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการหลุดพ้นความยากจนของครัวเรือน โดยใช้แบบจำลอง Pobit ในการวิเคราะห์ พบว่า การที่หัวหน้าครัวเรือนทำงานในระบบ มีการศึกษาสูง ครัวเรือนมีอัตราพึ่งพิงในครัวเรือนต่ำ การได้รับการสนับสนุนทางการเงินในการทำเกษตร จะส่งผลทำให้ครัวเรือนมีโอกาสที่จะหลุดพ้นต่อความยากจน และการที่ครัวเรือนประกอบอาชีพเกษตรกรรมส่งผลให้ครัวเรือนไม่สามารถหลุดพ้นจากความยากจนได้ ในขณะที่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดน และการท่องเที่ยวต่อการหลุดพ้นความยากจนไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิเคราะห์การกระจายรายได้ของครัวเรือนพบว่า ค่า Gini เท่ากับ 0.4398 ซึ่งเป็นค่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยระดับประเทศแค่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับภาค และครัวเรือนประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดนมีความเหลื่อมล้ำทางรายได้มากกว่าครัวเรือนไม่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดน สอดคล้องกับผลจากการสนทนากลุ่มที่พบว่า กลไกในการกระจายรายได้ของพื้นที่ดังกล่าวยังทำได้ไม่ดีนัก การกระจายผลประโยชน์จากการค้าชายแดนซึ่งเป็นการพัฒนาเชียงของแบบใหม่นั้นมีการกระจุกตัวอยู่เพียงบางกลุ่มเท่านั้น อันเป็นสาเหตุให้มีความไม่เท่าเทียมกันมากกว่ากลุ่มอื่นๆ และปัจจัยที่สนับสนุนต่อการเหลื่อมล้ำทางรายได้ ได้แก่ การทำงานในระบบ ครัวเรือนที่ประกอบอาชีพเกษตร การได้รับสินเชื่อทางการเกษตร เป็นปัจจัยสำคัญที่ให้รายได้ของครัวเรือนแตกต่างกัน และเมื่อศึกษาผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชน พบว่าการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนและไหลออกนอกชุมชนจากพฤติกรรมรายจ่ายนั้น สัดส่วนของเงินหมุนเวียนภายในชุมชนคิดเป็น ร้อยละ 61.85 ของเงินรายจ่ายครัวเรือน และเงินไหลออกภายนอกชุมชนร้อยละ 38.15 ของเงินรายจ่ายครัวเรือน สำหรับแนวทางพัฒนาด้านการค้าและการท่องเที่ยวเพื่อรอบรับการเป็น 1 เมือง 2 ระบบของอำเภอเชียงของ ซึ่งแบบที่หนึ่งให้คงความเป็นเชียงของดั้งเดิม ซึ่งให้ความสำคัญกับภาคเกษตรและการท่องเที่ยว แนวทางการพัฒนาด้านเศรษฐกิจควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความยากจนในครัวเรือน โดยส่งเสริมการศึกษาและการสร้างนวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญของเชียงของในแบบเดิม ในขณะที่แบบที่สอง คือเชียงของใหม่ที่ให้ความสำคัญการค้าชายแดน ซึ่งส่งผลให้ครัวเรือนมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่อาจจะเกิดปัญหาการเหลื่อมล้ำทางรายได้ ดังนั้นควรลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ โดยต้องคำนึงถึงการจัดสรรทรัพยากรเพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมเกิดขึ้นในสังคม นอกจากนี้รัฐบาลหรือผู้มีส่วนเกี่ยวกับควรให้ความสำคัญการลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของครัวเรือน อันประกอบด้วย การช่วยเหลือผู้มีภาระพึ่งพิงและผู้ว่างงานในครัวเรือน การส่งเสริมให้เกิดการออมในครัวเรือน การส่งเสริมให้สมาชิกในครัวเรือนทำงานในระบบ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันซึ่งอาจจะกระทบต่อความอยู่ดีมีสุขของครัวเรือน