การพัฒนาการค้าชายแดนของจังหวัดเชียงราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จังหวัดเชียงรายที่ได้รับการส่งเสริมให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจ เนื่องจากมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ ที่เหมาะสมโดยมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นจําเป็นที่จะต้องมีแนวการพัฒนาการค้า ชายแดนของจังหวัดเชียงรายเพื่อนํามาซึ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งการ กําหนดแนวทางการพัฒนาในครั้งนี้ ได้อาศัยข้อมูลพื้นฐานจากงานวิจัย 4 เรื่องได้แก่ 1)ปัจจัยที่มีผลต่อ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสาขาเศรษฐกิจหลักของจังหวัดเชียงราย 2)บทบาทเชิงรุกทางการค้า ของจังหวัดเชียงราย 3) การพัฒนากลยุทธ์การตลาดของสินค้าเกษตรกรในจังหวัดเชียงราย และ 4) บทบาทของการค้าชายต่อการกระจายรายได้และความยากจนในจังหวัดเชียงราย โดยอาศัยข้อมูลปฐม ภูมิและทุติยภูมิ ตั้งแต่ปี 2543-2552 หลังจากผลการศึกษาของงานวิจัยตามกรอบแนวทางคิดของ โครงการที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น การจัดทําแนวทางการพัฒนาการค้าชายได้นําทุกภาคส่วนของสังคมไม่ ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ซึ่งควรเข้ามามีส่วนร่วมในการแสวงหาแนวทาง ดังกล่าว ข้อค้นพบที่ได้จากการศึกษามีดังต่อไปนี้ 1) บทบาทของการค้าชายแดนต่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้และ ความยากจนพบว่า การค้าชายแดนของจังหวัด และ นโยบายการพัฒนาการค้า ชายแดน มีอิทธิพลต่อการ เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย และการประกอบอาชีพการค้าชายแดนสามารถลดปัญหา ความยากจนได้ แต่ข้อพึงระวังประการหนึ่งซึ่งจะเป็นปัญหาของจังหวัดต่อไปคือปัญหาความเหลื่อมล้ํา ทางด้านรายได้ของคนในจังหวัดต่อไป ดังนั้นนอกจากการมุ่งที่จะทําให้เกิดการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจ และการลดความยากจนแล้วสิ่งหนึ่งที่จําเป็นต้องทําควบคู่กันไปคือการกระจายรายได้ให้เท่า เทียมกัน 2) การศึกษาสาขาเศรษฐกิจหลักพบว่าสาขาเกษตรกรรมและสาขาการค้าส่ง การปลีก เป็น สาขาเศรษฐกิจหลักของจังหวัด ดังนั้นจึงเกิดควรส่งเสริมสินค้าเกษตรเพื่อส่งออกในตลาดการค้าชายแดนต่อไป และเมื่อพิจารณาสินค้าที่มีความได้เปรียบในการแข่งขัน พบว่าทางจังหวัดควรส่งเสริม และสนับสนุนสินค้าในกลุ่มสินค้ากลุ่มดาวรุ่งพุ่งแรง และ ในส่วนสินค้ากลุ่มมีโอกาสและกลุ่มปรับกล ยุทธ์ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ยังถือว่ามีโอกาสในการส่งออกแต่อาจต้องมีการปรับปรับนโยบายเพื่อส่งเสริม การส่งออกเพื่อเป็นการขยายตลาดในตลาดต่อไป เมื่อได้ข้อมูลพื้นฐานดังกล่าวนํามากําหนดแนวทางการพัฒนาการค้าชายแดนอย่างมีส่วนร่วม มาตรการเตรียมความพร้อม และกลยุทธ์ในตลาดสินค้าเกษตรได้ดังต่อไปนี้ แนวทางการพัฒนาการค้าชายแดนของจังหวัดเชียงรายแบ่งออกเป็น 7 ยุทธศาสตร์ 10 เป้าประสงค์ ดังต่อไปนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาการค้า การลงทุน โดยใช้สินค้าที่มีในท้องถิ่นเป็น ฐาน ตลอดการพัฒนาข้อมูลและช่องทางการค้า ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศ เพื่อนบ้าน ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาความเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคม ระบบโลจิกติกส์ โครงสร้าง พื้นฐานตลอดจนจัดระเบียบพื้นที่และความเป็นอยู่ของชุมชนในเขตชายแดน ยุทธศาสตร์ที่ 4 การ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการแก้ไขปัญหาประชากรแฝงยุทธศาสตร์ที่ 5 การปรับเปลี่ยนของบทบาท ของภาครัฐเป็นผู้ดูแล ช่วยเหลือ ส่งเสริมและสนับสนุน ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยใช้ ทุนทางสังคมและวัฒนธรรม และยุทธศาสตร์ที่ 7 การนําองค์ความรู้จากการวิจัยด้านการค้าสู่ชุมชน แนวทางในการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการขยายตัวของการค้าชายแดน ได้แก่ 1)ด้าน โครงสร้างพื้นฐาน 2) ด้านบุคลากรภาครัฐ ผู้ประกอบการ ประชาชน ควรจัดอบรมเกี่ยวกับเรื่อง ดังต่อไปนี้ ด้านเทคโนโลยี การวิเคราะห์ตลาดการค้าชายแดนทั้งในและต่างประเทศ ความรู้ด้าน Logistic ความรู้ด้านมาตรฐานสินค้าส่งออก เพื่อให้ผู้ประกอบการจะผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานสําหรับ การส่งออก ภาษาต่างประเทศ 3) ภาครัฐควรปรับปรุงและพัฒนาการแลกเปลี่ยนเงินตราให้ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะการเปิด L/C ระหว่างกัน 4) จัดทําฐานข้อมูลการค้าชายแดน 5) สร้างความเข้าใจเรื่องการค้า ชายแดนและนโยบายการค้าชายแดนให้กับประชาชนและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ผ่านการ ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น วิทยุชุมชน หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น อินเตอร์เน็ต เป็นต้น การสนับสนุนให้ส่งเสริมสินค้าประเภทเกษตร กลยุทธ์การพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรกรรม ประเภทผลไม้มีดังต่อไปนี้ กําหนดตลาดเป้าหมายหลัก (Primary Target Market) คือ จีน ดังนั้นควรจะ หากลยุทธ์การตลาดเชิงรุกเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดเดิมและสร้างโอกาสการส่งออกผลไม้ไทยไป ในมณฑลต่างๆของจีนให้เพิ่มมากขึ้นโดยเน้นกลุ่มผู้บริโภคธุรกิจ ( business user) และผู้บริโภคสุดท้าย (ultimate consumer) และตลาดเป้าหมายรอง (Secondary Target Market) ได้แก่ ลาว และพม่า ที่ควรหา กลยุทธ์ในการเจาะตลาด โดยเริ่มเน้นกลุ่มผู้บริโภคสุดท้ายก่อนเพื่อขยายตลาดผลไม้แหล่งใหม่เพิ่มเติม และกลยุทธ์การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน คือ กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง ( Differentiation strategy) จึงถูกเลือกขึ้นมาเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ด้านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีลักษณะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากผลไม้คู่แข่งได้ในสายตากลุ่มตลาดเป้าหมายหลัก และสร้าง ความเป็นเอกลักษณ์ให้ลูกค้ารับรู้ถึงลักษณะพิเศษที่ยกระดับจากสินค้าขั้นต้นเป็นสินค้าระดับพรีเมียม ทําให้ผู้ซื้อยินดีจ่ายในราคาพิเศษ (Premium price) ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคธุรกิจ ( business user) และ ผู้บริโภคสุดท้าย (ultimate consumer)มากขึ้น