แนวทางการป้องกันความเสี่ยงในการออกกลางคันของเด็กและเยาวชน ในเขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดนครสวรรค์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการป้องกันความเสี่ยงในการออกกลางคันของเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดนครสวรรค์ ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการออกกลางคันของเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดนครสวรรค์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าฝ่ายปกครอง ครูแนะแนว ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 และเด็กหรือเยาวชนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดนครสวรรค์ ในเขตพื้นที่การศึกษา 3 แห่ง จำนวน 381 คน จากประชากรทั้งหมด 61,360 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2) นำเสนอแนวทางการป้องกันความเสี่ยงในการออกกลางคันของเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดนครสวรรค์ โดยการจัดสนทนากลุ่มโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 7 คน ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการออกกลางคันของเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดนครสวรรค์ โดยภาพรวมพบว่าอยู่ในอันดับปานกลาง ซึ่งอันดับสูงสุด ได้แก่ ปัจจัยเสี่ยงด้านผู้เรียน รองลงมาคือปัจจัยเสี่ยงด้านสังคมและสภาพแวดล้อม ปัจจัยเสี่ยงด้านครูและสถานศึกษา และปัจจัยเสี่ยงด้านครอบครัว ตามลำดับ ส่วนแนวทางการป้องกันความเสี่ยงในการออกกลางคันของเด็กและเยาวชนในเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดนครสวรรค์ ประกอบด้วย 4 ด้าน ดังนี้ 1) ด้านครอบครัว สถานศึกษาควรส่งเสริมเด็กและเยาวชนมีรายได้เสริมระหว่างเรียน ควรให้ความรู้เรื่องการบังคับใช้กฎหมายการศึกษาภาคบังคับ และควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการศึกษามากกว่าเดิม 2) ด้านครูและสถานศึกษา สถานศึกษาควรจัดให้มีนโยบายติดตามและเฝ้าระวังเด็กและเยาวชนที่ขาดเรียนบ่อยๆอย่างจริงจังอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบอย่างต่อเนื่อง ควรส่งเสริมให้มีการอบรมครูเพื่อทำหน้าที่ครูที่ปรึกษาและครูแนะแนวอย่างสม่ำเสมอ 3) ด้านผู้เรียน สถานศึกษาควรส่งเสริมการสอนซ่อมเสริมให้กับเด็กและเยาวชนที่มีผลการเรียนต่ำ เน้นการใช้สื่อการสอนที่หลากหลายตามความเหมาะสมของระดับชั้น และส่งเสริมแนะนำให้นักเรียนให้รู้จักป้องกันการมีบุตรก่อนวัยอันควรและความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนต่างเพศ และ 4) ด้านสังคมและสภาพแวดล้อม สถานศึกษาควรส่งเสริมจัดสื่อการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนอย่างเพียงพอ ร่วมมือกับทุกฝ่ายในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างทั่วถึงรวมถึงผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน และชุมชนเอง