แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของวัยรุ่นหญิงในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) เพื่อศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของวัยรุ่นหญิงในโรงเรียน ในการวิจัยเชิงปริมาณโดยการสำรวจ (Survey Research) ด้วยแบบสอบถาม โดยประชากรที่ใช้ในการศึกษาเป็นนักเรียนหญิงในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 เฉพาะเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 947 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) สำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informant) ด้วยวิธีการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีวิเคราะห์ในเชิงเนื้อหา (Content analysis) ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัญหาที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของวัยรุ่นหญิงในโรงเรียน ด้านความตระหนักต่อการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ อยู่ในระดับปานกลาง ด้านการแสดงออกด้านพฤติกรรมทางเพศ และด้านการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันไม่พึงประสงค์ ปัจจัยแวดล้อมและลักษณะทางสังคม ประกอบด้วย ด้านครอบครัว ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสื่อ และด้านเพื่อน อยู่ในระดับน้อย สำหรับแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์นั้น พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และหน่วยงานต่างๆ จะต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับความรู้เรื่องเพศ การคุมกำเนิดที่ถูกวิธีโดยใช้กิจกรรมและสื่อสังคมออนไลน์ในการสะท้อนภาพปัญหาการตั้งครรภ์เพื่อให้เห็นตัวอย่าง และที่สำคัญปัญหานี้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันในการแก้ไขอย่างจริงจังจึงจะประสพความสำเร็จ