การเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวในจังหวัดนครสวรรค์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัย เรื่อง การเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว ในจังหวัดนครสวรรค์ มีวัตถุประสงค์สำคัญคือ 1. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์ในระดับบุคคลและระดับพื้นที่ ที่ส่งผลต่อความเข้มแข็งของครอบครัวในจังหวัดนครสวรรค์ 2. เพื่อสร้างรูปแบบหรือแนวทางในการเสริมสร้างความเข็มแข็งของครอบครัว ในจังหวัดนครสวรรค์ และ 3. เพื่อทดลองใช้รูปแบบหรือแนวทางการเสริมสร้างครอบครัวเข็มแข็งในพื้นที่ต้นแบบ ซึ่งการวิจัยครั้งนี้มีลักษณะเป็นการวิจัยและพัฒนา โดยประยุกต์ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยมีวิธีดำเนินการวิจัย ดังนี้ ระยะที่ 1 การศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์ในระดับบุคคลและระดับพื้นที่ ที่ส่งผลต่อความเข้มแข็งของครอบครัวในจังหวัดนครสวรรค์ ระยะที่ 2 การสร้างรูปแบบ/แนวทางในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว ในจังหวัดนครสวรรค์ ระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบ / แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวในพื้นที่ต้นแบบ ผลการวิจัย พบว่า จากการศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์ที่ส่งผลต่อความเข้มแข็งของครอบครัวในจังหวัดนครสวรรค์ พบว่า ตัวแปรการพึ่งพาตนเอง ทุนทางสังคม การแบ่งหน้าที่ สัมพันธภาพ และการหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยง ส่งผลทางบวกต่อความเข้มแข็งของครอบครัว โดยที่การพึ่งพาตนเอง ส่งผลต่อความเข้มแข็งของครอบครัวสูงสุด และการหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงส่งผลต่อความเข้มแข็งของครอบครัวต่ำสุด ซึ่งตัวแปรพยากรณ์ทั้ง 5 ตัว สามารถพยากรณ์ความเข้มแข็งของครอบครัว ได้ร้อยละ18 โดยรูปแบบหรือแนวทางในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว ในจังหวัดนครสวรรค์ ประกอบด้วย (1) การพัฒนาสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว (2) การสร้างความตระหนักให้รู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเอง (3) การพัฒนาวิถีการพึ่งพาตนเอง และ (4) การนำหลักคุณธรรมของครอบครัวมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ซึ่งรูปแบบดังกล่าว เรียกว่า Model 4’A แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ 1. การสร้างความตระหนัก (A1) 2. การเรียนรู้โดยการปฏิบัติ (A2) 3. การประเมินการเรียนรู้ (A3) และ4. การประยุกต์ใช้ (A4) โดยรูปแบบดังกล่าวประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 7 กิจกรรม คือ (1) กิจกรรมรู้จักฉัน รู้จักเธอ (2) กิจกรรมรู้จักตนเองและครอบครัว (3) กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว (4) กิจกรรมบริโภคด้วยปัญญาตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (5) กิจกรรมคุณธรรมนำสุข (6) กิจกรรมบ้านนี้มีรัก และ (7) กิจกรรมจากใจถึงใจ โดยรูปแบบดังกล่าวมีคุณภาพอยู่ในระดับ มาก สำหรับผลการทดลองใช้รูปแบบหรือแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวในพื้นที่ต้นแบบ พบว่า (1) ความคิดเห็นที่มีต่อการฝึกอบรมของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ในด้านการดำเนินการฝึกอบรม ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก (2) ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ส่วนใหญ่มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับคุณลักษณะของครอบครัวเข้มแข็ง ว่าสมาชิกในครอบครัวต้องมีความเอื้ออาทรต่อเพื่อนบ้าน / คนในชุมชน รองลงมา เห็นว่าครอบครัวเข้มแข็งสมาชิกในครอบครัวควรมีการเอาใจใส่ต่อกันทั้งในยามปกติ ยามเจ็บป่วย และเมื่อมีปัญหา, ต้องมีความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง และครอบครัว, ต้องช่วยเหลือแบ่งเบาภาระงานซึ่งกันและกัน, ต้องเข้าใจหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่จะนำมาใช้ดำเนินชีวิต ตลอดจนสามารถวางแผนครอบครัว และยังเห็นว่าครอบครัวเข้มแข็งสมาชิกในครอบครัวควรมีการแสดงออกถึงการให้กำลังใจซึ่งกันและกันในยามที่เผชิญปัญหา, และควรมีส่วนร่วมในการบอกกล่าว ปรึกษาหารือในเรื่องต่าง ๆ และ(3) พฤติกรรมเกี่ยวกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว ทุกด้านอยู่ในระดับมาก และพบว่าหลังการทดลองใช้รูปแบบหรือแนวทางการเสริมสร้างครอบครัวเข็มแข็ง ในพื้นที่ต้นแบบ ครอบครัวที่เข้ารับการฝึกอบรมมีคุณลักษณะของครอบครัวเข้มแข็งอยู่ในระดับมาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และครอบครัวที่เข้ารับการฝึกอบรมที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเทศบาล มีระดับความเข้มแข็งของครอบครัว ไม่แตกต่างกันกับครอบครัวที่เข้ารับการฝึกอบรมที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตเทศบาล