กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการลดความรุนแรงของครอบครัวตามหลักฆราวาสธรรมของประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2) เพื่อสร้างรูปแบบการลดความรุนแรงของครอบครัวตามหลักฆราวาสธรรมของประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและ3) นำเสนอรูปแบบการลดความรุนแรงของครอบครัวตามหลักฆราวาสธรรมของประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาการวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างคือตัวแทนประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใน 16 อำเภอ จำนวน 399 คน โดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ในการเก็บรวบรวมข้อมูล พร้อมทั้งทำการสัมภาษณ์เชิงลึก ประชาชนที่มีความเสี่ยง จำนวน 30 คนแล้วนำแบบสอบถามมาดำเนินการวิเคราะห์ด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปัญหาความรุนแรงของครอบครัวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยรวม อยู่ในระดับปกติ 2) รูปแบบการลดความรุนแรงของครอบครัวตามหลักฆราวาสธรรมของประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพบว่าการนำหลักธรรมในการครองเรือน ไปสร?างความสัมพันธ?ที่ดีในครอบครัว ให้มีความซื่อสัตย์ อดทน ข่มใจ และเสียสละ รวมทั้งการส?งเสริมให?เป?นครอบครัวตัวอย?างที่จะไม?ใช?ความรุนแรงในครอบครัวพูดคุยสอบถามด้วยความสนิทสนมกันในครอบครัวได้มีเวลาพูดคุยระหว่างสามี ภรรยา มีความเข้าใจกันดีขึ้น มีความไว้ใจ เชื่อใจ ได้ใช้ความอดทน ได้คุมอารมณ์ สละความขัดข้องขุ่นมัว และลดความรุนแรงทั้งกาย ทางวาจา และทางจิตได้มากขึ้น มีการได?ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองไปในทางที่ดีขึ้นลดเงื่อนไขที่จะนําไปสู?ความรุนแรงในครอบครัว เช?น การปรับปรุงวิธี การพูดจากับ คู?สมรส การงดเที่ยวนอกบ?านและ การใส?ใจกับครอบครัวมากขึ้น 3) ผลการนำเสนอรูปแบบฆราวาสธรรมคือเมื่อมีสัจจะย่อมมีเกียรติยศชื่อเสียง เมื่อมีทมะย่อมได้รับปัญญา เมื่อมีขันติย่อมเกิดทรัพย์ในบ้าน และเมื่อมีจาคะย่อมเกิดมิตรที่ดีไว้เป็นสมัครพรรคพวกในสังคม