รูปแบบความเป็นสถาบันครอบครัวเข้มแข็งและยั่งยืน ศึกษากรณี 3 ชุมชนใน ชนบทของจังหวัดอุบลราชธานี คือ ชุมชนบ้านบัวงาม หมู่ที่ 3 ตำบลบัวงาม อำเภอเดชอุดม ชุมชนบ้านตำแย ตำบลม่วงสามสิบ อำเภอม่วงสามสิบ และชุมชนบ้านปะอาว ตำบลปะอาว อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เรื่องรูปแบบความเป็นสถาบันครอบครัว เข้มแข็งและยั่งยืน : กรณีศึกษาชุมชน 3 แห่งใน จังหวัดอุบลราชธานี มีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ เพื่อศึกษาลักษณะรูปแบบความเป็นสถาบันครอบครัวที่เข้มแข็งและยั่งยืน ศึกษาปัจจัยที่ทำให้ สถาบันครอบครัวเข้มแข็ง ปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้สถาบันครอบครัวขาดความเข้มแข็งและ ยั่งยืนของ 3 ชุมชน ในจังหวัดอุบลราชธานี โดยการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้กลุ่ม ประชากรการมีส่วนร่วมในการวิจัย จำนวน 3 ชุมชน คือ ชุมชน บ้านบัวงาม หมู่ 3 ตำบลบัวงาม อำเภอเดชอุดม ชุมชน บ้านตำแย ตำบลม่วงสามสิบ อำเภอม่วงสามสิบ และชุมชน บ้านปะอาว หมู่ 3 ตำบลปะอาว อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบความเป็นสถาบันครอบครัวที่เข้มแข็งและยั่งยืน ในชุมชน 3 แห่งมีลักษณะที่เหมือนกัน ประกอบด้วย 1) มีโครงสร้างทางครอบครัวขนาดใหญ่ มีคนหลายวัย มีอิสระในการเลือกคู่ครอง การเลือกที่อยู่อาศัย มีการสืบทอดมรดกและสืบทอดวงศ์สกุล 2) มีความมั่นคงทางอาชีพรายได้ในการดำรงชีวิต 3) ครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน 4) มีการใช้ อำนาจในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในครอบครัวร่วมกัน 5) มีการอบรมเลี้ยงดูและขัดเกลาสมาชิกใน ครอบครัวให้เป็นคนดี ) มีการเอาใจใส่ดูแลสุขภาวะของสมาชิกในครอบครัว 7) มีการสืบทอด สถาบันครอบครัวในอนาคต ปัจจัยที่ทำให้สถาบันครอบครัวที่เข้มแข็งและยั่งยืนของชุมชุมชน เกิด จาก การมีที่อยู่อาศัยที่เป็นของตนเองและมั่นคงมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สมาชิกในครอบครัวมี โอกาสทางการศึกษาที่ดีและเท่าเทียมกัน ครอบครัวยึดหลักศาสนาและความเชื่อในการส่งเสริม คุณส่ง จริยธรรมและคุณธรรม ในการดำเนินชีวิต มีการสาธารณสุขที่สมาชิกในครอบครัวรู้จักดูแลตนเอง ครอบครัวมีภาษาถิ่นและประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสื่อสารท้องถิ่นที่สามารถนำไปใช้ในครอบครัว สมัยใหม่อย่างรู้เท่าทัน ครอบครัวมีกิจกรรมนันทนาการร่วมกัน มีระบบการเมืองท้องถิ่นและ กฎหมายที่มีความยุติธรรมในชุมชน และปัจจัยอื่นๆ เช่น มีผู้นำชุมชนที่เสียสละ และสมาชิกใน ครอบครัวมีความซื่อสัตย์ ปัญหาและอุปสรรค ที่ทำให้ครอบครัวขาดความเข้มแข็ง คือปัญหาที่มี ผลกระทบมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม และทางเศรษฐกิจ เช่น รายได้น้อย ความยากจน ยาเสพติด การไม่ไ ว้วางใจกันและกันในครอบครัว การพนัน หนี้สิน ปัญหาทาง การเกษตร เช่น การใช้ปุ๋ยเคมี มีผลกระทบต่อดิน น้ำ สัตว์ต่างๆ ปัญหาเด็กและเยาวชนที่ก้าวร้าว และสอนยาก โรคภัยที่น่ากลัวและรักษายากขึ้นล้วนเป็นตัวบันทอนให้สถาบันครอบครัวอ่อนแอลง และแนวทางที่จะสร้างภูมิคุ้มกั นที่ดีแก่สถาบันครอบครัวก็คือ ครอบครัวมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และมีกิจกรรมร่วมกันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหากันและกันในชุมชน จนกระทั่งเกิดเป็นโครงการ สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สถาบันครอบครัวในชุมชนขึ้น จำนวน 3 ชุมชน 7 โครงการ ผลการดำเนินตาม โครงการทำให้ครอบครัวมีกิจกรรมร่วมกันในชุมชน เป็นบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่จะสร้างทักษะ ให้เกิดการเรียนรู้แก่สถาบันครอบครัว ให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาทางครอบครัวด้วยตนเอง และนำไปสู่การสืบทอดและการดำรงอยู่ในรูปแบบสถาบันครอบครัวที่เข้มแข็งและยั่งยืน สืบไป