Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

แนวทางการส่งเสริมบทบาทสตรีในการขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

ธํารง ธวัชวะชุม สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยแนวทางการส่งเสริมบทบาทสตรีในการขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคม เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาบทบาทของสตรี ปัจจัยและปัญหาอุปสรรคในการเข้ามามีส่วนร่วมกิจกรรมของชุมชน เพื่อนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และเพื่อหาแนวทางส่งเสริมบทบาทสตรีในการขับเคลื่อนกิจกรรมชุมชนเพื่อนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ด้วยวิธีวิทยาผสานวิธี (mixed-methodology) ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนั้นการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล จึงมีทั้งการวิเคราะห์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) เพื่อกำหนดแบบแผนโครงสร้างความสัมพันธ์ของข้อมูลชุดต่าง ๆ รวมถึงการกำหนดประเด็นการนำเสนอข้อมูลให้สอดคล้องกับประเด็นและวัตถุประสงค์ของการวิจัย พื้นที่การศึกษาในเขตรับผิดชอบของสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 7 โดยคัดเลือกกรณีศึกษา 2 ตำบล จากจังหวัดที่มีจำนวนสถิติการกระทำความรุนแรงในครอบครัวมากเป็นอันดับที่ โดยใช้ฐานข้อมูลจากระบบข้อมูลความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและความรุนแรงในครอบครัว จากหน่วยงานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่การเก็บข้อมูล ในพื้นที่ 2 ตำบลคือตำบลหนองช้างใหญ่ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี และตำบลนาคำ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม การเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการศึกษา บทบาทของสตรีในการเข้าไปมีตำแหน่งในชุมชน ตำแหน่งที่เข้าไปมีส่วนร่วมมากที่สุดจะเป็นตำแหน่งอาสาสมัครในชุมชน มีมากถึง ร้อยละ 87.5 เช่นอาสาสมัครสาธารสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เป็นต้น รองลงไปจะเป็นตำแหน่งคณะกรรมการกลุ่มองค์กรภาคประชาชน ต่าง ๆ ในชุมชน ร่วมเป็นผู้นำหมู่บ้าน เช่นผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยใหญ่บ้าน สำหรับตำแหน่งที่เข้าร่วมน้อยมากคือการเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปัจจัยที่ทำให้สตรีเข้าไปมีส่วนร่วมในการมีตำแหน่งในชุมชน การเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาชุมชน/ตำบล ปัจจัยมากที่สุดคือมีความต้องการการเข้าไปทำประโยชน์ให้กับชุมชน รองลงมาเพื่อต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้าน และการมีความรู้ความสามารถในกิจกรรมที่เข้าร่วม ปัจจัยที่น้อยที่สุดคือต้องการตำแหน่งในสังคม ปัญหาอุปสรรคในการเข้าไปมีส่วนร่วมของสตรีในการพัฒนาชุมชน/ตำบล ปัญหาอุปสรรคที่พบมากที่สุดคือปัญหาสังคม/ชุมชนไม่ยอมรับที่จะให้ผู้หญิงไปเป็นผู้นำและมีอำนาจในการตัดสินใจในการพัฒนา มีถึงร้อยละ 52.5 รองลงมาปัญหามีภาระการดูแลเรื่องภายในครอบครัวและการมองที่ความแตกต่างระหว่างเพศที่สังคมมองว่าสตรีมีศักยภาพน้อยกว่าผู้ชาย การรับรู้ว่ามีพระราชบัญญัติผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ส่วนมากจะตอบว่าเคยรับรู้ถึงร้อยละ 94.5 ซึ่งช่องทางการรับรู้มากที่สุดรับรู้จากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐทีเกี่ยวข้อง รองลงไปรับรู้จากผู้นำชุมชน และรับรู้จากเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่มีในชุมชนจากข้อมูลที่ได้จากการศึกษาพบว่าไม่มีปัญหาความรุนแรงในครอบครัว มีร้อยละ 59 มากกว่าตอบว่ามี สำหรับปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่มีหรือพบมากที่สุดคือปัญหาสามีทำร้ายร่างกายภรรยา รองลงมาคือปัญหามารดาทำร้ายร่างกายบุตร สาเหตุที่ทำให้เกิดความรุ่นแรงในครอบครัวคือเมาสุรา ทำให้ขาดสติ รองลงมาคือสาเหตุความหึงหวงภรรยานอกใจสามี แนวทางในการแก้ไขปัญหาคือการออมชอม การพูดคุยปรับความเข้าใจให้เข้าใจกันของสามีภรรยาและบุคคลในครอบครัว ถ้าระดับความรุนแรงมากขึ้นก็จะเป็นการไกล่เกลี่ยให้ยอมความ หรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหา สำหรับในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวโดยใช้โครงการหรือกิจกรรมมีน้อยมากเพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้จัดทำโครงการจะมีเฉพาะโครงการที่ป้องกันและแก้ไขปัญหาทางอ้อมหรือโครงการที่เกี่ยวกับสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาความรุนแรง เนื่องมาจากหน่วยงานยังให้ความสำคัญน้อยในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและการมองปัญหาในชุมชนที่ยังมองว่าปัญหาหลายเรื่องเป็นเรื่องธรรมดาของครอบครัว เช่น การดุด่าระหว่างสามีภรรยา หรือระหว่างพ่อแม่กับลูกหรือกับบุคลในครอบครัว บทบาทสตรีในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในชุมชน/ตำบล จะพบว่า มีมากถึงร้อยละ 64 มีมากกว่าไม่เข้าร่วม กิจกรรมที่เข้าไปมีส่วนร่วมมากที่สุดคือการเข้าไปมีส่วนร่วมในการค้นหาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการพัฒนาชุมชน ร่วมกำหนดแผนงานโครงการในการแก้ไขปัญหาในชุมชน มีบุคคล หน่วยงานและองค์กรที่เข้าร่วมหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา ส่วนมากจะเป็นผู้นำหมู่บ้าน/ผู้นำชุมชน รองลงมา จะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การเข้าไปมีส่วนร่วมของสตรีในการเข้าไปพัฒนาชุมชน กิจกรรมที่เข้าไปมีส่วนร่วมมากที่สุดคือการเข้าร่วมกิจกรรมงานเทสกาล/งานประเพณี มีมากถึงร้อยละ 98.5 รองลงมาคือการเข้าไปมีส่วนร่วมกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมการเข้าร่วมคิดตัดสินใจในการพัฒนา กิจกรรมในการพัฒนาการศึกษาในชุมชน สำหรับกิจกรรมการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องการนำเสนอปัญหาความรุนแรงในครอบครัวให้กับผู้นำหมู่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การเข้าไปสำรวจปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่อยู่ในชุมชนตัวเอง บทบาทสตรีในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน พบว่าชุมชนให้ความคิดเห็นว่าสตรีควรเข้าไปมีบทบาทในการเข้าร่วมการประชุมของหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อเสนอความคิดเห็น นำเสนอปัญหา แนวทาง และกิจกรรมต่าง ๆ ในการพัฒนาชุมชน นอกจากนั้นสตรีควรเข้าไปมีส่วนในการเป็นผู้นำในหมู่บ้านในชุมชน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น ฯลฯ ในการยอมรับให้สตรีเข้าไปมีบทบาทในการพัฒนาชุมชน พบว่าชุมชนจะมองในเรื่องความเสมอภาคระหว่างหญิงชายต้องมีความเท่าเทียมกัน สตรีจะต้องได้รับการยอมรับในการเข้าไปเป็นผู้นำเท่าเทียมกับผู้ชาย แต่ก็พบว่าโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมในชุมชนที่ยังให้เกียรติผู้ชายมากกว่าผู้สตรีในการเข้าไปเป็นผู้นำและมีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของชุมชนและยังมองว่าปัญหาเรื่องเพศที่เพศหญิงหรือสตรีมีศักยภาพการทำงานในกิจกรรมทางสังคมสู้เพศชายไม่ได้ ในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวพบว่าเมื่อเกิดปัญหาความรุนแรงสตรีต้องเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาสูงกว่าผู้ชายเพราะสตรีจะมีความเข้าในในเรื่องต่าง ๆ ในครอบครัวดีกว่า แต่ถ้าพบการกระทำความรุนแรงในครอบครัวผู้ที่พบเห็นควรแจ้งให้หน่วยงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ในการส่งเสริมบทบาทสตรี จากปัจจัยและปัญหาอุปสรรคของสตรีในการเข้าไปมีส่วนรวมในการพัฒนาชุมชน เช่นปัญหาการไม่ยอมรับของสังคม ของชุมชน ที่จะให้สตรีเข้าไปมีผู้นำ ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจในการพัฒนา อาจเนื่องมาจากอันเนื่องมาจากคุณสมบัติหลายประการไม่ว่าจะเป็นเจตคติของสังคม ความเสมอภาคและการคุ้มครองทางสังคม ดังนั้นจึงจะต้องมีการส่งเสริม การพัฒนาบทบาทสตรี การพัฒนาศักยภาพและความพร้อมให้กับสตรี ดังนี้ 1. ส่งเสริมให้สตรีเข้าไปมีบทบาทในการเป็นผู้นำในชุมชน เช่น คณะกรรมการหมู่บ้าน คณะกรรมการกลุ่มองค์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในชุมชน ฯลฯ บทบาทในการเป็นผู้นำท้องถิ่น เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ บทบาทในการเป็นผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล ฯลฯ เพื่อทีจะได้ส่งเสริมให้มีกิจกรรมในชุมชนในการพัฒนาชุมชนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 2. การสร้างความรู้ความเข้าใจในพระราชบัญญัติผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ให้กับสตรี ซึ่งจากการศึกษาพบว่า สตรีมีความรู้ความเข้าใจตามพระราชบัญญัติผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 น้อยมาก ควรมีการอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับสรีในชุมชนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. การส่งเสริมบทบาทสตรีเพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพและความพร้อมในการเป็นผู้นำให้กับสตรีที่อยู่ในชุมชน ตลอดจนการส่งเสริมให้สตรีเข้าไปมีส่วนร่วมในขบวนการตัดสินใจทุกระดับในการพัฒนาสังคมของชุมชน 4. การพัฒนาบทบาสตรีจะต้องมีการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชายและการคุ้มครองทางสังคมควบคู่ไปด้วย 5. การพัฒนาบทบาสตรีจะต้องมีการพัฒนาองค์กรด้านสตรี การบริหารจัดการในการดำเนินงานองค์กรด้านสตรี

คำสำคัญ

Domestic violenceความรุนแรงในครอบครัวบทบาทสตรีWomens roleการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวแนวทางการส่งเสริมบทบาทสตรี

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับปัจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวต่อสตรีในสังคมไทย

อาภรณ์ เสียงแหลม มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2553

การฟื้นฟูพลังใจในภาวะวิกฤตและการพิทักษ์สิทธิตนเองของสตรีที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว : การพัฒนามาตรวัดและศึกษาประสิทธิผลโปรแกรมการปรึกษากลุ่มบำบัดความคิดและพฤติกรรมประยุกต์โดยใช้การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม

ต้นสาย แก้วสว่าง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

ความรุนแรงในครอบครัวกับสุขภาพผู้หญิง

มนทกานติ์ เชื่อมชิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559

การให้การศึกษาเรื่องเพศแก่คนในชุมชน : ประสบการณ์การเรียนรู้ของเครือข่ายชุมชนในการจัดการแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่มีต่อผู้หญิง

มณฑนา พิพัฒน์เพ็ญ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2560

การจัดการปัญหาความรุนแรงในชีวิตคู่: จากความเข้าใจสู่การเสริมสร้างพลัง ความเข้มแข็งให้กับสตรี

บุหงา ตโนภาส สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย พ.ศ. 2562

การเปิดรับสื่อ ความรู้ และการมีส่วนร่วมในปัญหาความรุนแรงต่อสตรีในเขตกรุงเทพมหานคร

นิจนันท์ มั่นจริง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2552

ผู้หญิงและการสร้างสันติภาพ : กรณีผู้หญิงถือปืน และผู้หญิงผู้ได้รับผลกระทบในจังหวัดชายแดนใต้

ดวงหทัย บูรณเจริญกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2558

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระดับปริญญาเอก ทุนบัณฑิตศึกษา ปีงบประมาณ 2565

ฉัตรชัย เอกปัญญาสกุล สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

รูปแบบการสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับครอบครัวในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในเด็กและสตรี

สุนทร นนทเกษ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พ.ศ. 2558

ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของสตรีในการพัฒนาชุมชน กรณีศึกษา อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี

เบญจพร สว่างศรี พ.ศ. 2558