การเสริมสร้างค่านิยมสุจริตของสถาบันครอบครัวตามหลักพระพุทธศาสนา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) ศึกษาสภาพปัจจุบันของค่านิยมสุจริตของสถาบัน ครอบครัว (๒) วิเคราะห์แนวทางการเสริมสร้างค่านิยมสุจริตของสถาบันครอบครัวตามหลัก พระพุทธศาสนาที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย และ (๓) นำเสนอรูปแบบการเสริมสร้างค่านิยม สุจริตของสถาบันครอบครัวตามหลักพระพุทธศาสนา โดยการวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยแบบผสานวิธี ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามจาก กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้แทนครัวเรือนในพื้นที่จังหวัดราชบุรี จำนวน ๔๐๐ ครัวเรือน และวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิง ลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน ๘ รูป/คน และการสนทนากลุ่มเฉพาะร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ด้วยวิธีการสุ่ม แบบเจาะจง จำนวน ๘ รูป/คน ครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ๔ กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มองค์กรศาสนา กลุ่มองค์กรภาครัฐ กลุ่มองค์กรการศึกษา และกลุ่มองค์กรท้องถิ่นและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการ วิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท ผลการวิจัยพบว่า ๑. ค่านิยมสุจริตของสถาบันครอบครัว โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๒๕ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านการละเว้นกาเมสุมิจฉาจาร อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๕๑ รองลงมาได้แก่ ด้านการละเว้นอทินนาทาน อยู่ในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๔๑๓ ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ได้แก่ ด้านการละเว้นมุสาวาท อยู่ในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔๒๑ ๒. ผลการวิเคราะห์แนวทางการเสริมสร้างค่านิยมสุจริตของสถาบันครอบครัวตามหลัก พระพุทธศาสนาที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย พบว่า (๑) ด้านการละเว้นปาณาติบาต ได้แก่ ส่งเสริมกิจกรรมจิตสาธารณะ ส่งเสริมกิจกรรมสร้างความปรองดองสามัคคือย่างต่อเนื่อง และส่งเสริม การจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ยากไร้หรือผู้ด้อยโอกาส (๒) ด้านการละเว้นอทินนาทาน ได้แก่ ส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจระดับ ครัวเรือนและอาชีพเสริม และการเฝ้าระวังและสร้างภูมิคุ้มกันสังคมอยู่เย็นเป็นสุขตามแนววิถีพุทธ ๓) ด้านการละเว้นกาเมสุมิจฉาจาร ได้แก่ สร้างภูมิคุ้มกันครอบครัวอบอุ่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมใน กิจกรรมทางสังคมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว และส่งเสริมกิจกรรมประกวดครอบครัวรักษาศีล ห้าเพื่อยกย่องครอบครัวตันแบบให้เป็นรูปธรรมทางสังคม (๔) ด้านการละเว้นมุสาวาท ได้แก่ สร้าง สิ่งแวดล้อมที่เป็นคุณทางสังคม จัดกิจกรรมทางสังคมระดับชุมชนที่ส่งเสริมความสามัคคีและการอยู่ ร่วมกันอย่างสันติสุข และส่งเสริมวิธีการคิดวิเคราะห์ในการใช้คำพูดในเชิงบวก (๕) ด้านการละเว้น สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน ได้แก่ สร้างหลักประกันสุขภาพในครอบครัวโดยมีต้นแบบความประพฤติที่ ดีเป็นฐาน รณรงค์การทำกิจกรรมทางสังคมที่ส่งเสิรมให้ชุมชนปลอดอบายมุขและยาเสพติดอย่าง ต่อเนื่อง และจัดตั้งชมรมครอบครัวรักษาสุขภาวะและภูมิคุ้มกันภัยยาเสพติด ๓. รูปแบบการเสริมสร้างค่านิยมสุจริตของสถาบันครอบครัวตามหลักพระพุทธศาสนา พบว่า รูปแบบการเสริมสร้างค่านิยมสุจริตของสถาบันครอบครัวตามหลักพระพุทธศาสนาที่เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน ได้แก่ รูปแบบของเครือข่ายสัมพันธ์ทางสังคม ที่เรียกว่า เครือข่ายครอบครัวสุจริตวิถีพุทธ ที่มุ่งขับเคลื่อนการทำงานระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องระดับพื้นที่จาก เล็กไปหาใหญ่ โดยอาศัยโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล ๕ เป็นฐาน ทั้งนี้ “เครือข่ายครอบครัวสุจริตวิถีพุทธ” มีวิสัยทัศน์ คือ “เสริมสร้าง ค่านิยมและวิถีชีวิตสุจริตแนวพุทธ” และมีพันธกิจ คือ “การเสริมสร้างค่านิยมสุจริตแก่เด็กและ เยาวชน และสนับสนุนการทำกิจกรรมทางสังคมที่มีคุณภาพ” และมีภารกิจหลัก คือ (๑) ส่งเสริมสร้าง ความปรองดองสามัคคีอย่างต่อเนื่องด้วยกิจกรรมจิตสาธารณะ (๒) ส่งเสริมการดำเนินชีวิตตาม ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสร้างภูมิคุ้มกันสังคมอยู่เย็นเป็นสุขปราศจากทุจริต (๓) ส่งเสริมการ สร้างภูมิคุ้มกันครอบครัวอบอุ่นโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของสมาชิกในครอบครัว (๔) ส่งเสริมการ เผยแพร่องค์ความรู้การคิดวิเคราะห์วิธีใช้คำพูดในเชิงบวก และ (๕) ส่งเสริมการรักษาสุขภาวะและ ภูมิคุ้มกันยาเสพติดด้วยวิถีครอบครัวอบอุ่น