การพัฒนากลวิธีการสอนสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี สถาบันการพลศึกษา :วิเคราะห์การคิดเชิงระบบ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การคิดเชิงระบบเป็นการคิดที่มีลักษณะเป็นวิทยาการ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ หลาย ๆ สาขาวิชาการ เพราะวิธีคิดดังกล่าวมีจุดเน้นอยู่ที่การมองว่าทุกสิ่งทุกอย่างทุกปัญหาที่เกิดเป็นไปอย่างเชื่อมโยงกัน สัมพันธ์กัน การเกิดขึ้นของสิ่งหนึ่งย่อมหมายถึงการที่จะต้องมีผลกระทบของอีกหลายๆสิ่งเกิดขึ้นตามมาด้วยกล่าวคือทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีเหตุ มีปัจจัยที่ทำให้เกิด ดังนั้นการแก้ปัญหาเชิงระบบจึงต้องมองถึงภาพรวมของปัญหาและบริบทของสภาพแวดล้อมของปัญหานั้น ๆ ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะพัฒนากลวิธีการสอน สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี สถาบันการ พลศึกษา โดยวิเคราะห์การคิดเชิงระบบ รายวิชาการเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 3 นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแผนการสอน ด้วยกลวิธีการสอนโดยวิเคราะห์การคิดเชิงระบบ เปรียบเทียบคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์การเรียนก่อนและหลังการเรียน และศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อแผนการสอนเพื่อพัฒนากลวิธีการสอนโดยการวิเคราะห์การคิดเชิงระบบ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตมหาสารคาม จำนวน 36 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการสอนเพื่อพัฒนากลวิธีการสอนโดยการวิเคราะห์การคิดเชิงระบบ รายวิชาการเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 3 จำนวน 11 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 60 ข้อ ซึ่งมีค่าอำนาจจำแนก ตั้งแต่ 0.33 ถึง 0.67 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ เท่ากับ 0.75 และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อแผนการสอนเพื่อพัฒนากลวิธีการสอนโดยการวิเคราะห์การคิดเชิงระบบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิผล และการทดสอบสมมติฐานโดยใช้ t-test (Dependent Samples) ผลการวิจัยพบว่า แผนการสอนเพื่อพัฒนากลวิธีการสอนโดยการวิเคราะห์การคิดเชิงระบบ สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี สถาบันการพลศึกษา โดยวิเคราะห์การคิดเชิงระบบ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.99 / 81.30 มีดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.6360 ซึ่งหมายความว่า ผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 63.60 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักศึกษามีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ด้วยแผนการสอนโดยการวิเคราะห์การคิดเชิงระบบ โดยรวมอยู่ในระดับมาก การจัดการเรียนรู้ด้วยแผนการสอนเพื่อพัฒนากลวิธีการสอนโดยการวิเคราะห์การคิด เชิงระบบช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความพึงพอใจในการเรียนรู้ แผนการสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจึงเหมาะที่จะนำไปใช้ในการจัดกระบวนเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะการคิดเชิงระบบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น และสามารถประยุกต์การคิดเชิงระบบไปใช้ในชีวิตประจำวันได้