Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

การวิเคราะห์ผลของการพัฒนาทักษะการคิดเชิงเหตุและผล ของความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบด้านการเขียนแผนภาพความคิด ด้วยเอกสารประกอบการสอนประเภทแบบฝึก ของนักศึกษาวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

มณฑา จำปาเหลือง มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อวิเคราะห์ผลของการพัฒนาทักษะการคิดเชิงเหตุและผล ของความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบด้านการเขียนแผนภาพความคิด ด้วยเอกสารประกอบการสอนประเภทแบบฝึก ของนักศึกษาวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาสังคมศึกษา 83 คน และสาขาการศึกษาปฐมวัย 68 คน การดำเนินการวิจัยโดยการทำวิจัยในชั้นเรียนด้วยการใช้แบบแผนการวิจัย Alternative Treatment Posttest only with Nonequivalent Group Design โดยใช้วิธีการจัดกระทำ 2 วิธี คือ การให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self–Directed Learning Critical Thinking: SDLCK) และการให้คำปรึกษาและแนะนำของอาจารย์ (Teacher Monitoring Learning Critical Thinking:TMLCK) โดยทดลองใช้ตามลำดับการพัฒนาจากขั้นตอนที่ 2 การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของการคิดเชิงเหตุผล โดยให้ทำในชั้นเรียนปกติอย่างต่อเนื่อง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ เอกสารประกอบการสอนประเภทแบบฝึก จำนวน 2 แบบฝึก ได้แก่ แบบฝึกที่ 6 จำนวน 2 ข้อ และแบบฝึกที่ 7 จำนวน 2 ข้อ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติ ค่าเฉลี่ย และร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า 1. ร้อยละของการพัฒนาทักษะการคิดเชิงเหตุและผลด้านการเขียนแผนภาพความคิดผลทางตรงและผลทางอ้อม 2 ขั้นตอน ด้วยวิธีการให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง (SDLCK) และการให้คำปรึกษาและแนะนำของอาจารย์ (TMLCK) ของนักศึกษาสาขาสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 4 ห้อง 7 ห้อง 8 คิดเป็นร้อยละ 100 และ 85.71 และนักศึกษาสาขาการศึกษาปฐมวัยชั้นปีที่ 3 ห้อง 5 และห้อง 6 คิดเป็นร้อยละ 83.33 และ75.00 ตามลำดับ 2. ร้อยละของการพัฒนาทักษะการคิดเชิงเหตุและผลด้านการเขียนแผนภาพความคิดผลทางตรงและผลทางอ้อม 3 ขั้นตอน ด้วยวิธีการให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง (SDLCK) และการให้คำปรึกษาและแนะนำของอาจารย์ (TMLCK) ของนักศึกษาสาขาสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 4 ห้อง 7 และห้อง 8 คิดเป็นร้อยละ 57.14 และ 66.67 และนักศึกษาสาขาการศึกษาปฐมวัยชั้นปีที่ 3 ห้อง 5 และห้อง 6 คิดเป็นร้อยละ 66.67 และ75.00 ตามลำดับ

คำสำคัญ

การคิดเชิงเหตุและผลแผนภาพความคิดเอกสารประกอบการสอนประเภทแบบฝึก

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาทักษะการวิจัยด้านการคิดเชิงเหตุและผลของนักศึกษาวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร

ยุภาดี ปณะราช มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร พ.ศ. 2557

ผลการสอนโดยใช้แผนผังความคิดที่มีต่อทักษะและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา

บุญสนอง วิเศษสาธร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2562

รูปแบบการพัฒนาทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สุรีย์มาศ สุขกสิ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี พ.ศ. 2559

การพัฒนาตัวบ่งชี้ทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2

พรเทพ เสถียรนพเก้า มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร พ.ศ. 2561

การพัฒนาความสามารถในการเขียนย่อความของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ชุดการสอนแบบแผนผังความคิด

จุฑาทิพย์ ไกรนรา มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2560

รูปแบบการฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาพลศึกษา

สุชาดา เมฆพัฒน์ สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2556

ผลการเปรียบเทียบทักษะการคิดของนักเรียนในโครงการพัฒนาครูด้านการประเมินผลการเรียนรู้ระดับสูงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

สาธิดา สกุลรัตนกุลชัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2557

รูปแบบการพัฒนาทักษะการทาวิจัยในชั้นเรียนสาหรับ นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู

เกศณิชชา อาษา สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2553

การพัฒนารูปแบบการเขียนสะท้อนคิดเพื่อทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของผู้เรียน

ธีรนุช อนุฤทธิ์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2565

การพัฒนาชุดฝึกทักษะวิชาการคิดและการตัดสินใจเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นที่เน้นการบูรณาการ สาหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี

พงษ์ศักดิ์ รวมชมรัตน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี พ.ศ. 2559