รูปแบบการเรียนการสอนอ่านงานเขียนทางวิชาการที่ใช้กลวิธีการเรียนภาษาเป็นฐานสำหรับนักศึกษาวิชาเอกพลศึกษา กีฬา และนันทนาการ ระดับอุดมศึกษา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษากลวิธีการเรียนภาษาของนักศึกษาวิชาเอกพลศึกษา กีฬา และนันทนาการ และพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนอ่านงานเขียนทางวิชาการที่ใช้กลวิธีการเรียนภาษาเป็นฐาน กลุ่มตัวอย่างและกลุ่มเป้าหมายของการวิจัยคือ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 – 5 สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม จำนวน 192 คน โดยการสุ่มอย่างง่าย และนักศึกษาชั้นปีที่ 3 วิชาเอกวิทยาศาสตร์การกีฬาและผู้ฝึกสอนกีฬา คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ จำนวน 12 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามกลวิธีเรียนภาษาตามการรับรู้ รูปแบบการเรียนการสอน แผนจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนการสอน แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์การอ่าน และ แบบสอบถามพฤติกรรมการใช้กลวิธีการเรียนภาษา ระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้คือ การวิจัยเชิงสำรวจ และการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom Action Research) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ สถิติ Wilcoxon Signed Rank Test ผลการวิจัยพบว่า 1 กลวิธีการเรียนรู้ภาษาที่นักศึกษาวิชาเอกพลศึกษา วิทยาศาสตร์การกีฬา และนันทนาการ นำมาใช้ในการอ่านบทความภาษาอังกฤษเชิงวิชาการมากที่สุดเรียงลำดับ จากมากไปน้อย คือ กลวิธีการใช้ระบบการจำ ( = 3.83 S.D. = 0.47) กลวิธีการใช้สิ่งทดแทน ( = 3.82 S.D. = 0.56) กลวิธีการสื่อสารในสังคม ( = 3.79 S.D. = 0.65)และ กลวิธีการใช้การคิด ( = 3.77 S.D. = 0.56) 2.รูปแบบการเรียนการสอนอ่านงานเขียนทางวิชาการ โดยใช้กลวิธีการเรียนรู้ภาษาเป็นฐาน ประกอบด้วย 3 ขั้นหลัก คือ ขั้นเตรียมความพร้อม ขั้นสอน และขั้นสรุป โดยแต่ละขั้นหลักประกอบด้วยกิจกรรมการเรียนการสอนย่อยดังนี้ ขั้นเตรียมความพร้อม มี 3 กิจกรรมย่อย คือ (1) เร้าความสนใจ สร้างแรงจูงใจ (2) แจ้งวัตถุประสงค์ในการเรียนการสอน (3). ทบทวนความรู้เดิม ให้ความรู้ภูมิหลัง ขั้นสอน มี 1 กิจกรรมย่อย คือ 4. สอนกลวิธีการเรียนภาษา โดย 4.1 ขั้นเตรียมการ 4.2 ขั้นเป็นต้นแบบ 4.3 ขั้นฝึกปฏิบัติ 4.4 ขั้นการประเมินผลตนเอง 4.5 ขั้นการขยาย 4.6 ขั้นประเมินผล 4.7 ประเมินความเข้าใจ ขั้นสรุป มี 2 กิจกรรมย่อยคือ 5 สรุปเรื่องที่อ่านและกลวิธีเรียนภาษา 6 ประเมินผล สะท้อนผล และให้ข้อมูลป้อนกลับ ได้แผนการจัดการเรียนรู้ 9 แผน ผ่านกระบวนการพัฒนาประสิทธิผลด้วยการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน จำนวน 3 วงจร และรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิผล กล่าวคือ คะแนนสอบหลังการจัดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด คือ ร้อยละ 60 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และมีผลระดับการปฏิบัติในการใช้กลวิธีการเรียนภาษา ระดับ “มาก” ( = 3.56 S.D. = 0.33)