โครงการการให้สุขภาพจิตศึกษาแบบกลุ่มหลายครอบครัว สำหรับผู้ป่วยจิตเภทและครอบครัว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลโครงการการให้สุขภาพจิตศึกษาแบบกลุ่มหลาย ครอบครัวสําหรับผู้ป่วยจิตเภทและครอบครัว แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราช นครินทร์ โดยมีวัตถุประสงค์ย่อย คือ 1) ศึกษาปัญหาอุปสรรคการดําเนินงานโครงการในด้านการ จัดเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานตามโครงการ 2) ศึกษากระบวนการดําเนินงานในด้านการ ดําเนินกิจกรรมตามโครงการ และ 3) ศึกษาผลของการดําเนินงานตามโครงการทั้งในด้านประสิทธิ ภาพและประสิทธิผลในระยะสั้น โดยได้นํารูปแบบการประเมินผลแบบ CIPP ของสตัฟเฟิลบีมและคณะ (1971) มาประยุกต์ใช้ กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้ป่วยโรคจิตเภทจํานวน 11 คนและผู้ดูแลจํานวน 11 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือ คือ แบบสอบถาม แบบบันทึก แบบประเมิน แบบวัดความรู้ แบบวัดความเครียด แบบวัดภาระของผู้ดูแล และการสังเกตการณ์การจัดกลุ่มกิจกรรมบําบัด วิเคราะห์ ข้อมูลวิธีเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ซึ่งผลการศึกษาพบว่า 1. การประเมินผลด้านประสิทธิภาพ พบว่าผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจต่อโครงการรวม ทุกประเด็นในระดับมากที่สุด (X=4.33) 2. การประเมินผลด้านประสิทธิผล ภายหลังการให้สุขภาพจิตศึกษาแบบกลุ่มหลายครอบครัว คือ 1) ด้านความรู้เกี่ยวกับโรคจิตเภทของผู้ป่วยจิตเภททุกคนมีความรู้เกี่ยวกับโรคจิตเภทอยู่ในระดับสูง และทุกคนมีคะแนนเพิ่มมากขึ้น โดยคะแนนเฉลี่ยก่อนการให้สุขภาพจิตศึกษาฯ = 16.45 หลังการให้ สุขภาพจิตศึกษาฯ = 18.82 2) ด้านความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยจิตเวชของผู้ดูแลส่วนใหญ่อยู่ใน ระดับดีถึงดีมาก โดยคะแนนเฉลี่ยก่อนการให้สุขภาพจิตศึกษาฯ = 19.91 หลังการให้สุขภาพจิตศึกษาฯ = 24.73 3) ความเครียดของญาติต่อการดูแลผู้ป่วยจิตเภทมีความเตรียดลดลงอยู่ในระดับเครียดน้อย โดยความเครียดก่อนการให้สุขภาพจิตศึกษาฯ X = 6.55(เครียดปานกลาง) หลังการให้สุขภาพจิต ศึกษาฯ X = 3.18 (เครียดน้อย) มีญาติ 1 คน มีความเครียดคงเดิมในระดับปานกลาง 4) ความรู้สึก เป็นภาระการดูแลของผู้ดูแล ส่วนใหญ่อยู่ในระดับน้อย โดยความรู้สึกเป็นภาระก่อนการให้สุขภาพจิต ศึกษาฯ X = 51.45 (เป็นภาระปานกลาง) หลังการให้สุขภาพจิตศึกษาฯ X = 33.09 (เป็นภาระน้อย) 5) การกําเริบและการกลับมารักษาซ้ําของผู้ป่วย จิตเภท มีผู้ป่วย 1 รายกลับมารักษาซ้ําในระยะของ การติดตาม 3. ปัญหาอุปสรรคในการดําเนินโครงการที่ควรปรับปรุง 1) กําหนดคุณสมบัติและบทบาท หน้าที่ของผู้บําบัดให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร 2) มีการประชุมวางแผนในการดําเนินงานทุกระยะ 3) มีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคจากการดําเนินโครงการและสื่อสารให้คณะทํางานทุกคน ทราบอย่างทั่วถึง 4) คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่มีความพร้อม 5) จัดกลุ่มกิจกรรมให้สัมพันธ์กับการมา พบแพทย์ตามนัดของผู้ป่วย