การผลิตและกิจกรรมการป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็งของไฮโดรไลซ์คอลลาเจนจากหนังปลานิลที่เตรียมจากการย่อยสลายด้วยเอนไซม์จากยางมะละกอในผลิตภัณฑ์กุ้งขาวแช่แข็ง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการศึกษาระดับการย่อยสลาย การกระจายตัวของน้ำหนักโมเลกุล กิจกรรมการป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็ง และกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระของเจลาตินไฮโดรไลเสตจากหนังปลานิลที่ผลิตจากการย่อยสลายด้วยเอนไซม์จากยางมะละกอ เป็นเวลา 0.5 (TGH-0.5), 1 (TGH-1), 2 (TGH-2), 3 (TGH-3) และ 6 ชั่วโมง (TGH-6) พบว่าระดับของย่อยสลายของเจลาตินที่ระยเวลาการย่อยสลาย 0.5-6 ชั่วโมง อยู่ช่วงร้อยละ 11.16-19.44 และ TGH-0.5, TGH-1, TGH-2, TGH-3 และ TGH-6 มีเปปไทด์ที่มีขนาดน้ำหนักโมเลกุล 3127 Da, 2325 และ 2830 Da, 1658 และ 1754 Da, 1206 และ 1361 Da และ 898, 1206, และ 1361 Da ตามลำดับ เป็นเปปไทด์หลัก TGH-3 และ TGH-6 มีกิจกรรมการป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็งและกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระสูงสุด (P<0.05) ด้วยเหตุนี้ TGH-3 ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็งและต้านอนุมูลอิสระได้เทียบเท่ากับ TGH-6 แต่ใช้เวลาในการผลิตน้อยกว่า 3 ชั่วโมงจึงถูกคัดเลือกไปใช้ในการศึกษากิจกรรมการป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็งและการป้องกันการออกซิเดชันของไขมันในกุ้งขาวที่ผ่านกระบวนการทำละลายและแช่แข็ง จากการศึกษา พบว่า TGH-3 สามารถคงปริมาณเอนทัลปีที่เหลืออยู่ในโปรตีนแอกตินและไมโอซินและการเกิด TBARSในกล้ามเนื้อกุ้งที่ผ่านกระบวนการแช่แข็งและทำละลาย 1 และ 5 ครั้ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการใช้สารประกอบฟอสเฟต รวมทั้งสามารถยับยั้งการเกิด TBARS ในกุ้งขาวที่ผ่านกระบวนการแช่แข็งและทำละลายจำนวน 5 ครั้ง ได้เช่นเดียวกับการใช้สารประกอบฟอสเฟต ดังนั้นเจลาตินไฮโดรไลเสตจากหนังปลานิลที่เตรียมจากการย่อยสลายด้วยเอนไซม์จากยางมะละกอเป็นเวลา 3 ชั่วโมง สามารถเป็นทางเลือกหนึ่งในการใช้เป็นสารปรุงแต่งอาหารทดแทนการใช้สารประกอบฟอสเฟตในกุ้งขาวแช่แข็งได้