การใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้จากการผลิตซูริมิในรูปแบบเจลาตินปลาและเจลาตินปลาไฮโดรไลเสทเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาสัตว์น้ำสดแช่เย็น
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เจลาตินจากหนังปลาตาหวานที่สกัดต้มีค่าความแข็งแรงของเจล เท่ากับ 71.55g และค่ ความสามารถในการต้านอนุมูล DPPH (Cso, ABTS (ICso) และความสามารถในการรีติวซ์ เฟอร์ริก (FRAP) ของเจลาตินจากหนังปลาตาหวาน เท่ากับ 0.053 g/ml, 0.120 g/ml และ 152.96 mM FeSO./ฐ ตามลำตับ และเตรียมเจลาตินฮโตรไลเสทด้วยวิธีการทางเอนไซม์ พบว่าเจลาติน ไฮโตรไลเสทที่ผลิตต้มีค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ DPPH (ICso), ABTS (IC50) และ FRAP เท่ากับ 0.008 g/ml, 0.098 g/ml และ 376.16 mM FeS0//g ตามลำตับ คารศึกษาการเคลือบปลาแด้วยเจลาตินจากหนังปลาตาหวานผสมกับเจลาตินไฮโตรไลเสท และปรับคุณภาพวยเอนไซม์ทรานส์กลูทามิเนส โดยศึกษา 2 ขั้นตอน คือ การศึกษาปริมาณเจลาติน ปลา เจลาตินไฮโตรไลเสท และเอนไซม์ทรานส์กลูทามิเนสที่เหมาะสม และการศึกษาสภาวะการ เคลือบที่เหมาะสม โดยการศึกษาปริมาณจลาตินปลา เจลาตินไฮโตรไลเสท และเอนไซม์ทรานส์กลูทา มิเนสที่เหมาะสมตัวยวิธีพื้นที่การตอบสนอง (Response Surface Methodology: RSM) กับ แผนการทตลอง Box-Behnken Design ประกอบด้วย 3 ปัจจัย คือ ปริมาณเจลาตินปลา (ร้อยละ 1- 10) เจลาตินปลาไฮโตรไลเสท (ร้อยละ 1-10) และปริมาณเอนไซม์ทรานส์กลูทามิเนส (ร้อยละ 0.5- 1.5) ศึกษาคุณภาพทางเคมีกายภาพ และจุลชีววิทยา เพื่อคำนวณค่าคงที่ของการเกิตปฏิกิริยา (reaction rate constant: k) พบว่า สมการกำลังสองคือแบบจำลองของค่ตอบสนองที่เหมาะสม สำหรับการศึกษาปริมาณเจลาตินปลา เจลาตินไฮโตรไลเสท และเอนไซม์ทรานส์กลูทามิเนสที่ เหมาะสม โตยที่จะให้แบบจำลองของค่าคงที่ของการเกิดปฏิกิริยาของ pH ปริมาณนโตรเจนที่ระเหย ไต้ (TVB-N) และปริมาณกรตไทโอบาร์บีทิริก (TBARS) มีค่า R ที่ระตับ 0.90-0.93 สภาวะที่ เหมาะสมจากการวิเคราะห์ร่วมกันของทุกค่าตอบสนอง (multi-response optimization) โดย ฟังก์ชันของโปรแกรม Design expert คือ ปริมาณเจลาติน เจลาตินไฮโตรไลเสท และเอนไซม์ทรานส์ กลูทามิเนส ที่เหมาะสมในการทำเป็นสารเคลือบปลาทับทิมแล่ อ ร้อยละ 5.5, 5.5 และ 1.0 ตามลำตับ ส่วนการศึกษาสภาวะในการเคลือบที่เหมาะสมด้วยวิธีพื้นที่การ รตอบสนอง (Response Surface Methodology: RSM) กั้บแผนการทตลอง Central Composite Design (CCD) ประกอบด้วย 2 ปัจจัย อ ระยะเวลาในการจุ่มสารละลาย (1-3 นาที และระยะเวลาในการผึ่งให้ ผิวหน้าแห้ง (20-60 นาที) ศึกษาคุณภาพทางเคมีกายภาพ และจุลชีววิทยา เพื่อคำนวณค่าคงที่ของ การเกิดปฏิกิริยา (reaction rate constant: k) พบว่า สมการกำลังสองคือแบบจำลองของค่า ตอบสนองที่หมาะสมสำหรับการศึกษาปริมาณเจลาตินปลา เจลาตินฮโตรไลเสท และเอนไซม์ตอบสนองที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาปริมาณจลาตินปลา เจลาตินไฮโตรไลเสท และเอนไซม์ ทรานส์กลูทามิเนสที่เหมาะสม โตยที่จะให้แบบจำลองของค่คงที่ของการเกิดปฏิกิริยาของ hardness, pH, TVB-N และ TBARS มีค่า R ที่ระดับ 0.83-0.94 สภาวะที่เหมาะสมจากการ วิเคราะห์ร่วมกันของทุกคำตอบสนอง (multi-response optimization) โดยฟังก์ชันของโปรแกรม Design expert คือ ใช้ระยะเวลาในการจุ่มสารเคลือบ 3 นาที่ และระยะเวลาในการผึ่งให้ผิวหน้าแห้ง 60 นาที จะช่วยรักษาคุณภาพของปลาแลได้ตีที่สุด จากสภาวะที่เหมาะสมที่ได้นำมาใช้ในการยืตอายุการเก็บรักษาสัตว์น้ำในสภาวะแซ่เย็นของ ปลาทับทิมแส่ ปลาเทราห์แก่ และกุ้งขาวหักหัวด้วยการเคลือบด้วยเจลาตินปลาและเจลาตินไฮโตรไส เสทตามสภาวะที่เหมาะสมที่ด้จากการศึกษา พิจารณาอายุการเก็บรักษาจากค่าคุณภาพทางเศมื คือ ค่า TVB-N ต้องไม่เกิน 30 mg/100g ค่า 1BARS ต้องไม่เกิน 3 mg/kg ตัวอย่าง และจำนวนจุสินทรีย์ ทั้งหมดต้องไม่เกิน 10 CFU/ พบว่าปลาทับทิมแล่มีอายุการเก็บรักษานาน 8 วัน ที่อุณหภูมิ 4 องศา เชลเชียส และ 12 วัน ด้วยการแช่ในน้ำแข็ง ปลาเท าท์แล่มีอายุการเก็บรักษา 12 วัน ที่อุณหภูมิ 4 องศาเชลเชียส และ 16 วัน ด้วยการแซในน้ำแข็ง และกุ้งขาวหักหัวมีอายุการเก็บรักษา 12 วัน ที่ อุณหภูมิ 4 องศาเชลเชียส และ 16 วัน ด้วยการแขในน้ำแข็ง