การพัฒนามาตรวัดทักษะการคิดเชิงบวกสำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนามาตรวัดทักษะการคิดเชิงบวก ตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างของมาตรวัดทักษะการคิดเชิงบวก และสร้างปกติวิสัยของมาตรวัดทักษะการคิดเชิงบวกสำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีวิธีดำเนินการวิจัย 3 ระยะ ดังนี้ 1) การพัฒนามาตรวัดทักษะการคิดเชิงบวกสำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบ 8 ด้าน 2) การตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างของมาตรวัดทักษะการคิดเชิงบวกด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสอง จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 450 คน และ 3) การสร้างปกติวิสัยของมาตรวัดทักษะการคิดเชิงบวก จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,200 คน โดยนำคะแนนสเตไนน์หรือตำแหน่งเปอร์เซนไทล์ที่ได้มากำหนดเป็นช่วงคะแนนของมาตรวัดทั้ง 8 ด้าน เปรียบเทียบเป็นสเตไนน์ และแบ่งออกเป็น 3 ช่วง เท่า ๆ กัน มาตรวัดทักษะการคิดเชิงบวก มีลักษณะเป็นมาตรประมาณค่า 5 ระดับ ผลการวิจัยปรากฏว่า 1. มาตรวัดทักษะการคิดเชิงบวก มีค่าดัชนีอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง .29 - .77 มีค่าความเที่ยงทั้งฉบับเท่ากับ .93 มีองค์ประกอบทั้งหมด 8 ด้าน ซึ่งมีข้อคำถามด้านละ 5 ข้อ ได้แก่ (1) การเปลี่ยนความคิดด้านลบ (2) สิ่งสำคัญของด้านบวก (3) การยับยั้งความคิดในแง่ร้าย (4) การฝึกคิดเชิงบวก (5) การหยุดยั้งปัญหา (6) การเริ่มต้นความเชื่อในแง่ดี (7) การท้าทายกับความคิดในแง่ร้าย และ (8) การสร้างความรู้สึกด้านบวก ซึ่งมีค่าความเที่ยงแต่ละด้านเท่ากับ .71 .80 .76 .82 .78 .81 .71 และ .76 ตามลำดับ 2. โมเดลมาตรวัดทักษะการคิดเชิงบวก มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งพิจารณาได้จาก ?2= 936.95, df = 640, ?2 / df = 1.46, RMSEA = .03, SRMR = .05, GFI = .91 และ CFI = .97 ค่าน้ำหนักองค์ประกอบมีค่าเป็นบวก และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณา ?2 / df ที่มีค่าน้อยกว่า 2 ค่าดัชนี RMSEA ที่มีค่าน้อยกว่าน้อยกว่า .05 ค่าดัชนี SRMR มีค่าน้อยกว่าน้อยกว่า .08 ค่าดัชนี GFI และ CFI ที่มีค่าใกล้ 1 แสดงว่าโมเดลมาตรวัดทักษะการคิดเชิงบวกมีความตรงเชิงโครงสร้าง 3. ปกติวิสัยของมาตรวัดทักษะการคิดเชิงบวกสำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับดีมาก มีตำแหน่งเปอร์เซนไทล์มากกว่า 77.00 ขึ้นไป (สเตไนน์ที่ 7-9) ระดับดี มีตำแหน่งเปอร์เซนไทล์มากกว่า 23.00 ถึง 77.00 (สเตไนน์ที่ 4-6) และระดับพอใช้ มีตำแหน่งเปอร์เซนไทล์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 23.00 (สเตไนน์ที่ 1-3)