การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเห็ดถั่งเช่าสีทองและชะครามเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากผลการทดลองพบว่าเมื่อสกัดชะครามด้วยน้ำให้ค่าร้อยละ Yield มากที่สุด เท่ากับร้อยละ 14.64?3.53 ด้านปริมาณสารประกอบฟีนอลิกพบว่า ที่ความเข้มข้น 5 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร สารสกัดน้ำจากชะครามมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกสูงที่สุด เท่ากับ 112.04?2.90 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ปริมาณโพลีแซคคาไรด์ ของสารสกัดเข้มข้น 3 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร พบว่าเมื่อสกัดเห็ดถั่งเช่าสีทองด้วยน้ำ มีปริมาณโพลีแซคคาไรด์สูงที่สุด เท่ากับ 1,690.77?13.64 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ทำการศึกษาการยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์ beta-galactosidase โดยใช้สารสกัดเข้มข้น 100 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร พบว่าสารสกัดเอทานอลจากเห็ดถั่งเช่าสีทอง สามารถยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์ได้ดีที่สุด โดยมีค่าร้อยละการยับยั้งกิจกรรมเอนไซม์เท่ากับร้อยละ91.91?8.76 ในขณะที่สารสกัดน้ำจากเห็ดถั่งเช่าสีทองที่ความเข้มข้นนี้ไม่มีฤทธิ์ยับยั้งกิจกรรมเอนไซม์ การทดสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH radical scavenging activity, ferric reducing antioxidant power (FRAP) และ ABTS radical scavenging activity เมื่อพิจารณาจากค่า IC50 ของทั้ง 3 การทดลอง พบว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน คือ สารสกัดเอทานอลจากชะคราม มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระดีที่สุด เมื่อทดสอบฤทธิ์การต้านการอักเสบโดยพิจารณาจาก ผลของสารสกัดต่อการยับยั้งการสร้าง nitric oxide โดยเซลล์ RAW 264.7 พบว่าสารสกัดเอทานอลจากเห็ดถั่งเช่าสีทอง มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการสร้าง nitric oxide ดีที่สุด ในขณะที่สารสกัดน้ำจากเห็ดถั่งเช่าสีทองมีฤทธิ์การต้านการอักเสบน้อยมาก จึงไม่สามารถหาค่า IC50 ได้