การพัฒนาศักยภาพของเห็ดถั่งเช่าสีทองสำหรับประยุกต์ใช้เป็นสารออกทธิ์เพื่อป้องกันและหรือรักษาโรคและเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพที่ใช้ป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และสำหรับสุขภาพผู้สูงอายุ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าสีทองให้มีสารออกฤทธิ์ทางยาที่สูง ศึกษากระบวนการสกัดโปรตีนไอโซเลท กระบวนการเอนแคปซูลเลชันโปรตีนไอโซเลท การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากเห็ดถั่งเช่าสีทองพร้อมบริโภค ศึกษาวิจัยฤทธิ์ของสารสกัดโปรตีนดังกล่าวต่อการต้านโรคมะเร็งลำไส้และมะเร็งตับ นอกจากนั้นยังศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดโปรตีนต่อปริมาณสารชีวเคมีและฮอร์โมนคอร์ติซอลในเลือดอีกด้วย ผลการศึกษาพบว่าการใช้อาหารเสริมที่มีผงดักแด้และตับสุกรอบแห้ง 10 กรัมต่อลิตร ในสัดส่วน 1:1 ในสูตรอาหารที่มีข้าวกล้องหอมดอกมะลิเป็นอาหารพื้นฐาน แล้วกระตุ้นด้วยแสง LED สีน้ำเงินในช่วงการสร้างเส้นใยและกระตุ้นการสร้างดอกด้วย LED สีขาว ได้ให้ผลผลิตที่เป็นน้ำหนักดอกเห็ดถั่งเช่าสีทองอบแห้งเฉลี่ยเท่ากับ 0.64 กรัมต่อขวด การศึกษากระบวนการสกัดโปรตีนไอโซเลทจากเห็ดถั่งเช่าสีทอง ได้ศึกษาวิธีการตกตะกอนโปรตีน 3 วิธี ได้แก่ การตกตะกอนด้วยเกลือ 2 แอมโมเนียมซัลเฟต ด้วยตัวทำละลายอินทรีย์ (เอทานอล) และด้วยการปรับค่าพีเอชของสารละลาย ผลการทดลองพบว่าโปรตีนไอโซเลทที่ได้การตกตะกอนด้วยเกลือแอมโมเนียมซัลเฟต มีปริมาณโปรตีนสูงสุดที่ร้อยละ 78.90 (P < 0.05) และมีร้อยละผลผลิตที่ร้อยละ 20.21 รวมถึงยังมีสมบัติเชิงหน้าที่ของโปรตีนที่ดีที่สุดทางด้านความสามารถในการละลาย การเกิดโฟม การเกิดครีมและการเกิดอิมัลชัน ประสิทธิภาพการยับยั้งอนุมูลอิสระ DPPH และ ABTS เท่ากับร้อยละ 48.28 และ 149.85 ตามลำดับ ความสามารถในการรีดิวซ์เฟอริก (FRAP) เท่ากับ 17.64 ไมโครโมลาร์สมมูลย์ของโทรลอกซ์/กรัม และปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมด 10.61 กรัมสมมูลย์ของเควอเซอติน/กรัม (P < 0.05) ฤทธิ์การต้านโรคมะเร็งลำไส้และมะเร็งตับของสารสกัดโปรตีนจากดอกเห็ดถั่งเช่าสีทอง พบว่าสารสกัดโปรตีนที่ระดับ 0, 75, 125, 250, และ 500 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งลำไส้ที่ 0, 30.49, 35.68, 45.07 และ 57.27 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ โดยมีค่า IC50 ที่ความเข้มข้น 360.63 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร และมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งตับที่ 0, 19.96, 27.90, 35.0 และ 55.11 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ โดยมีค่า IC50 ที่ความเข้มข้น 417.65 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ผลการทดสอบการเปลี่ยนแปลงรูปร่างสัณฐานระดับเซลล์ พบว่าสารสกัดโปรตีนจากดอกเห็ดถั่งเช่าสีทองมีฤทธิ์สามารถกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งลำไส้และมะเร็งตับตาย ด้วยการเปลี่ยนแปลงลักษณะรูปร่างของเซลล์ อาทิ เซลล์มีรูปร่างผิดปกติ มีการสูญเสียการยึดเกาะ มีเยื่อหุ้มเซลล์หดแฟบ และนิวเคลียสภายในเซลล์ ฉีกขาด นอกจากนั้นยังพบว่ากลไกการตายของเซลล์มะเร็งลำไส้และมะเร็งตับดังกล่าวเกิดผ่านกลไกการตายของเซลล์แบบอะพอพโทซิสจากการทดสอบด้วยการย้อมสี AO/PI และ DAPI ผลการศึกษาการยับยั้งการเคลื่อนที่ของเซลล์มะเร็ง พบว่าสารสกัดโปรตีนจากดอกเห็ดถั่งเช่าสีทองที่ความเข้มข้น IC50 มีฤทธิ์ยับยั้งการเคลื่อนที่ หรือยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งลำไส้และมะเร็งตับจากการทดสอบด้วยวิธี scratch assay ในการศึกษากระบวนการเอนแคปซูลเลชันจากเห็ดถั่งเช่าสีทองด้วยการทำแห้งแบบพ่นฝอย โดยทำการศึกษาอัตราส่วนของมอลโตเดกซ์ทรินต่อเบต้า-ไซโคลเดกซ์ทรินในสัดส่วนที่แตกต่างกัน พบว่าผลเอนแคปซูเลชันของโปรตีนไอโซเลทจากเห็ดถั่งเช่าสีทองที่ห่อหุ้มด้วยมอลโทเดกซ์ทรินและเบต้า-ไซโคลเดกซ์ทริน ในอัตราส่วน 1 ต่อ 2 มีปริมาณโปรตีนสูงที่สุด (P < 0.05) โดยมีค่าร้อยละ 16.75 มีปริมาณความชื้นร้อยละ 2.23 และปริมาณน้ำอิสระ 0.22 รวมถึงยังมีประสิทธิภาพในการห่อหุ้มสูงถึงร้อยละ 88.20 การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากเห็ดถั่งเช่าสีทองพร้อมบริโภค โดยศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการย่อยเห็ดถั่งเช่าสีทองด้วยเอนไซม์อัลคาเลส พบว่าสภาวะในการย่อยที่เหมาะสมที่สุดคือที่สัดส่วนของผงเห็ดต่อเอนไซม์อัลคาเลส 1 กรัม ต่อ 300 ไมโครลิตร ค่าพีเอชเท่ากับ 6 ที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส เขย่าด้วยเครื่องเขย่านาน 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นสภาวะที่ให้ปริมาณโปรตีนและปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดสูงสุด เมื่อนำมาพัฒนารสชาติ 4 รสชาติ ได้แก่ รสดั้งเดิม กระเจี๊ยบแดง น้ำผึ้งมะนาวและโกโก้ และฆ่าเชื้อด้วยความร้อนระดับพาสเจอร์ไรส์ที่อุณหภูมิ 95 องศาเซลเซียส นาน 3 15 นาที บรรจุในขวดแก้วปิดสนิท พบว่าเครื่องดื่มสกัดจากเห็ดถั่งเช่าสีทองพร้อมบริโภครสน้ำผึ้งมะนาวได้รับการยอมรับทางประสาทสัมผัสสูงสุด (P < 0.05) โดยมีคะแนนความชอบโดยรวมเท่ากับ 5.26 ? 2.32 (เฉย ๆ - ชอบเล็กน้อย) มีปริมาณโปรตีนร้อยละ 1.24 และมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด 48.04 มิลลิกรัมสมมูลย์ของกรดแกลลิก/มิลลิลิตร ฤทธิ์ของสารสกัดโปรตีนและเอนแคปซูเลชันโปรตีนไอโซเลทไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักตัวและปริมาณการกินอาหารไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P > 0.05) แต่ระดับน้ำตาลในเลือดมีแนวโน้มชัดเจนว่าการได้รับสารสกัดโปรตีนในรูปแบบที่ผ่านการเอนแคปซูเลชั่นที่ปริมาณ 10 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำกว่ากลุ่มควบคุม และทุกกลุ่มการทดลองแต่ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P > 0.05) ผลต่อระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล พบว่าการได้รับสารสกัดโปรตีนที่ผ่านและไม่ผ่านการเอนแคปซูเลชั่นมีค่าสูงกว่ากลุ่มควบคุม แต่ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P > 0.05) สำหรับค่าทางชีวเคมีในเลือดได้แก่ BUN, Creatinine, ALT, Alkaline phosphate, Total protein, Albumin และ Globulin ของหนูที่ได้รับสารสกัดโปรตีนทั้ง 2 รูปแบบมีค่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P > 0.05) ผลการทดลองสรุปได้ว่า การได้รับสารสกัดโปรตีนในรูปแบบที่ผ่านการเอนแคปซูเลชั่นที่ปริมาณ 10 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร มีแนวโน้มลดระดับน้ำตาลในเลือดได้กว่าทุกกลุ่มการทดลอง แต่ยังไม่มีผลต่อระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล อย่างไรก็ตามการได้รับสารสกัดโปรตีนจากเห็ดถั่งสีทองทั้งสองรูปแบบไม่มีพิษต่อหนูทดลอง การศึกษาครั้งนี้สามารถบ่งชี้ได้ว่าสารสกัดโปรตีนจากดอกเห็ดถั่งเช่าสีทองที่มีสารออกฤทธิ์ทางยาสูงสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นอาหารฟังก์ชั่น และหรือสามารถนำไปใช้เป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพสำหรับการป้องกันมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ และรวมไปถึงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอีกด้วย