กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การพัฒนาระบบเพาะเลี้ยงสาหร่ายเตา Spirogyra sp. ในโรงเรือนกลางแจ้งด้วยบ่อน้ำวน ใช้หัวเชื้อสาหร่ายเตาที่ความหนาแน่นเริ่มต้น 1 กรัมต่อลิตร นำมาเพาะเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ระบบน้ำวน ขนาด 1,000 ลิตร โดยมีใบพัดหมุนวนน้ำตลอดเวลาเป็นระยะเวลา 10 วัน มี 3 ชุดการทดลอง ได้แก่ ชุดการทดลองที่ 1 เพาะเลี้ยงสาหร่ายเตาในบ่อระบบน้ำวนที่มีการเติมปุ๋ยเคมี (ชุดควบคุม) ชุดการทดลองที่ 2 เพาะเลี้ยงสาหร่ายเตาในบ่อระบบน้ำวนที่มีการเติมน้ำเลี้ยงปลานิล 30% และชุดการทดลองที่ 3 เพาะเลี้ยงสาหร่ายเตาในบ่อระบบน้ำวนที่มีการเติมน้ำเลี้ยงปลานิล 50% ผลการศึกษาพบว่า ชุดการทดลองที่ 2 มีอัตราการเจริญเติบโต อัตราการเจริญเติบโตจำเพาะ และผลผลิตชีวมวลรวมสูงสุด เท่ากับ 170.3 กรัมต่อวัน 14.8 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน และ 2,202.9 กรัม (น้ำหนักสด) ตามลำดับ ซึ่งผลผลิตชีวมวลรวมที่ได้เพิ่มขึ้นจากวันเริ่มต้นประมาณ 4.4 เท่า เนื่องจากมีการควบคุมสภาวะการเพาะเลี้ยงให้เหมาะสมโดยเฉพาะค่าความเป็นกรด-ด่างควรอยู่ในช่วง 7.5-8.5 และค่าความเป็นด่าง ควรมากกว่า 50 มิลลิกรัมต่อลิตร และยังสามารถประหยัดการใช้ปุ๋ยเคมีด้วยการใช้น้ำเลี้ยงปลานิลที่มีสารประกอบของไนโตรเจนในรูปแอมโมเนียมาทดแทนได้ และเมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นของการผลิตสาหร่ายเตาด้วยระบบบ่อน้ำวน โดยใช้น้ำจืดจากแหล่งเก็บน้ำผิวดินทั่วไปแล้วทำการปรับปรุงคุณภาพน้ำให้เหมาะสมก่อนนำมาใช้เพาะเลี้ยงสาหร่ายเตา ในพื้นที่เพาะเลี้ยงขนาด 48 ตารางเมตร จะมีค่าใช่จ่ายตลอดทั้งปีเท่ากับ 240,704 บาท อัตราการผลิต 0.83 กิโลกรัมต่อตารางเมตร จะได้ผลผลิตสาหร่ายเตาประมาณ 39.84 กิโลกรัม ในระยะเวลาหนึ่งปีสามารถผลิตได้ 12 เดือน ๆ ละ 2 รอบ ซึ่งเมื่อคำนวณระยะเวลาคืนทุนจะได้เท่ากับ 2.52 ปี ดังนั้นการเพาะเลี้ยงสาหร่ายเตาในรูปแบบนี้จะให้ผลผลิตค่อนข้างสูงและต้นทุนการผลิตต่ำ จึงมีศักยภาพในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ต่อไปได้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. Key elements demonstrated in relevant environments
พัฒนาต้นแบบระบบการเพาะเลี้ยงสาหร่ายเตาผลผลิตสูงในบ่อระบบน้ำวนรูปแบบกึ่งต่อเนื่อง (โดยหมุนเวียนน้ำที่ใช้แล้วจากการเลี้ยงปลานิล)
มีการเพาะเลี้ยงสาหร่ายเตาในระดับห้องปฏิบัติการและการเพาะเลี้ยงในบ่อดินเชิงพาณิชย์เพื่อนำมาบริโภคและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. problem validated through pilot testing in relevant environment to substantiate proposed impact and societal readiness
ตรวจสอบแนวทางการแก้ปัญหาโดยการทดสอบในพื้นที่นำร่องเพื่อยืนยันผลกระทบตามที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และดูความพร้อมขององค์ความรู้และเทคโนโลยี
ศึกษา วิจัย ทดสอบแนวทางการพัฒนาหรือแก้ปัญหาที่กำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง