กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
วัตถุประสงค์ของแผนงานวิจัยนี้คือ การเพาะเลี้ยงสาหร่ายเตาด้วยการหมุนเวียนน้ำจากการเลี้ยงปลา การใช้สาหร่ายเตาในการบำบัดของเสียในรูปของสารประกอบไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในบ่อเลี้ยงปลานิล และการใช้สารประกอบฟีนอลิกซึ่งเป็นสารสกัดจากสาหร่ายเตามาเสริมในอาหารปลาเพื่อช่วยในการเพาะเลี้ยงปลานิล โดยพัฒนาระบบและศึกษาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการเพาะเลี้ยงสาหร่ายเตาด้วยการหมุนเวียนน้ำจากการเลี้ยงปลานิล ศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดสารประกอบไนโตรเจนและฟอสฟอรัส ได้แก่ แอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรท และออร์โธฟอสเฟตที่ระดับความเข้มข้นต่างกัน จากน้ำที่ใช้เพาะเลี้ยงปลานิลด้วยสาหร่ายเตาที่ระดับความหนาแน่นต่างกันในระดับห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้ได้ศึกษาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกและความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระจากสาหร่ายเตา รวมทั้งการนำสารสกัดจากสาหร่ายเตามาใช้เป็นสารเสริมในอาหารปลาเพื่อเพาะเลี้ยงปลานิลเพื่อศึกษาของสาหร่ายเตาในอาหารปลานิลที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของปลานิล จากการทดลองพบว่าสภาวะที่เหมาะสมในการเพาะเลี้ยงสาหร่ายเตาในระบบนี้ควรมีค่าความเป็นกรด-ด่าง อยู่ในช่วง 7.5 – 8.5 และความเป็นด่างมากกว่า 50 mg/l และการใช้น้ำเลี้ยงปลานิลปริมาณ 30% ในการเพาะเลี้ยงสาหร่ายเตา มีผลผลิตรวมสูงสุด เท่ากับ 2,200 กรัม (น้ำหนักเปียก) ในระยะเวลาการเลี้ยง 10 วัน จากการทดลองด้านความหนาแน่นที่เหมาะสมของสาหร่ายเตาในการบำบัดสารประกอบไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในบ่อเลี้ยงปลานิลพบว่าความหนาแน่นที่เหมาะสมที่สุดของสาหร่ายเตา เท่ากับ 0.6 – 0.7 g/l ในการเพาะเลี้ยงปลานิล โดยสามารถลดปริมาณสารประกอบไนโตรเจนและฟอสฟอรัสได้เหลือ 12 – 32% และ 32 – 36% ตามลำดับ รวมทั้งจากศึกษาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกและความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของสาหร่ายเตาพบว่า สาหร่ายเตาที่สกัดด้วยเอทานอล 70% มีสารประกอบฟีนอลิกมากที่สุด 1.8% และมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ เท่ากับ 28.2% นอกจากนี้จากการนำสารสกัดจากสาหร่ายเตามาใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับการเพาะเลี้ยงปลานิลพบว่า การใช้สารสกัดจากสาหร่ายเตา 15% ทำให้อัตราการเจริญเติบโตของปลานิลมากที่สุด และมีอัตราการรอดตาย เท่ากับ 100%
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness