Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

ศักยภาพของสาหร่ายเตาเพื่อการบำบัดคุณภาพน้ำและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารปลา

คณาธิป คำเพราะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของแผนงานวิจัยนี้คือ การเพาะเลี้ยงสาหร่ายเตาด้วยการหมุนเวียนน้ำจากการเลี้ยงปลา การใช้สาหร่ายเตาในการบำบัดของเสียในรูปของสารประกอบไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในบ่อเลี้ยงปลานิล และการใช้สารประกอบฟีนอลิกซึ่งเป็นสารสกัดจากสาหร่ายเตามาเสริมในอาหารปลาเพื่อช่วยในการเพาะเลี้ยงปลานิล โดยพัฒนาระบบและศึกษาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการเพาะเลี้ยงสาหร่ายเตาด้วยการหมุนเวียนน้ำจากการเลี้ยงปลานิล ศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดสารประกอบไนโตรเจนและฟอสฟอรัส ได้แก่ แอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรท และออร์โธฟอสเฟตที่ระดับความเข้มข้นต่างกัน จากน้ำที่ใช้เพาะเลี้ยงปลานิลด้วยสาหร่ายเตาที่ระดับความหนาแน่นต่างกันในระดับห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้ได้ศึกษาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกและความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระจากสาหร่ายเตา รวมทั้งการนำสารสกัดจากสาหร่ายเตามาใช้เป็นสารเสริมในอาหารปลาเพื่อเพาะเลี้ยงปลานิลเพื่อศึกษาของสาหร่ายเตาในอาหารปลานิลที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของปลานิล จากการทดลองพบว่าสภาวะที่เหมาะสมในการเพาะเลี้ยงสาหร่ายเตาในระบบนี้ควรมีค่าความเป็นกรด-ด่าง อยู่ในช่วง 7.5 – 8.5 และความเป็นด่างมากกว่า 50 mg/l และการใช้น้ำเลี้ยงปลานิลปริมาณ 30% ในการเพาะเลี้ยงสาหร่ายเตา มีผลผลิตรวมสูงสุด เท่ากับ 2,200 กรัม (น้ำหนักเปียก) ในระยะเวลาการเลี้ยง 10 วัน จากการทดลองด้านความหนาแน่นที่เหมาะสมของสาหร่ายเตาในการบำบัดสารประกอบไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในบ่อเลี้ยงปลานิลพบว่าความหนาแน่นที่เหมาะสมที่สุดของสาหร่ายเตา เท่ากับ 0.6 – 0.7 g/l ในการเพาะเลี้ยงปลานิล โดยสามารถลดปริมาณสารประกอบไนโตรเจนและฟอสฟอรัสได้เหลือ 12 – 32% และ 32 – 36% ตามลำดับ รวมทั้งจากศึกษาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกและความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของสาหร่ายเตาพบว่า สาหร่ายเตาที่สกัดด้วยเอทานอล 70% มีสารประกอบฟีนอลิกมากที่สุด 1.8% และมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ เท่ากับ 28.2% นอกจากนี้จากการนำสารสกัดจากสาหร่ายเตามาใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับการเพาะเลี้ยงปลานิลพบว่า การใช้สารสกัดจากสาหร่ายเตา 15% ทำให้อัตราการเจริญเติบโตของปลานิลมากที่สุด และมีอัตราการรอดตาย เท่ากับ 100%

คำสำคัญ

Water qualityTreatmentปลานิลคุณภาพน้ำNile tilapiaAquacultureการเพาะเลี้ยงการบำบัดอาหารปลาfish feedSpirogyraสาหร่ายเตา

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนากระบวนการล้างเพื่อผลิตซูริมิคุณภาพสูงจากปลาดุกเลี้ยง

มนัส ชัยจันทร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. 2556

การยกระดับคุณภาพและเพิ่มมูลค่าของผลผลิตสัตว์น้ำ: การลดการสะสมของสารที่ก่อให้เกิดกลิ่นสาบโคลนในเนื้อปลาทับทิมที่เลี้ยงแบบไบโอฟลอค (BIOFLOC) ด้วยการควบคุม C:N ratio และ การเลี้ยงแบบน้ำใสก่อนจับขาย

นิวุฒิ หวังชัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2564

คุณค่าทางโภชนาการและสารต้านอนุมูลอิสระของสาหร่ายเตาเพื่อพัฒนาเป็นอาหารปลานิลประสิทธิภาพสูง

คณาธิป คำเพราะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. 2563

การวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตสาหร่ายทะเลขนาดใหญ่ ด้วยการใช้น้ำหมักชีวภาพจากวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรและการประมง สำหรับทดแทนปุ๋ยเคมี

เอนก โสภณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559

ผลของโมโนแคลเซียมฟอสเฟต และไดแคลเซียมฟอสเฟต ในแต่ละระดับต่างๆ กันต่อการเจริญเติบโต การรอดตาย ประสิทธิภาพการใช้อาหาร และองค์ประกอบทางเคมีของปลาดุกลำพัน (Clarias nieuhofii) ระยะปลาวัยอ่อน

สุภฎา คีรีรัฐนิคม มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2560

การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารปลาลอยน้ำสำเร็จรูป โดยใช้กรรมวิธีการผลิตแบบพื้นบ้าน

สราวุธ เย็นเอง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล พ.ศ. 2555

บทบาทของตะกอนแขวนลอยต่อคุณภาพน้ำในการเลี้ยงปลานิลระบบหมุนเวียนน้ำแบบปิด

วิบูลย์ลักษณ์ พึ่งรัศมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2557

การศึกษาปัจจัยที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของสาหร่ายบอลและความสามารถในการบำบัดฟอสเฟตในน้ำเสียจากปลาตาย

ราเมศ จุ้ยจุลเจิม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พ.ศ. 2560

การใช้สารละลายหินแม่รังเป็นแหล่งเฟอรัสเสริมในระบบการเลี้ยงปลานิลร่วมกับการปลูกผักบุ้ง

เอกพจน์ บางวิเศษ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2559

การพัฒนากระบวนการผลิตปลาช่อนโดยใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรม ภายใต้การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สู่การผลิตเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน

สุภาวดี โกยดุลย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2563