คุณค่าทางโภชนาการและสารต้านอนุมูลอิสระของสาหร่ายเตาเพื่อพัฒนาเป็นอาหารปลานิลประสิทธิภาพสูง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แผนงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความเข้มข้นที่เหมาะสมของการเสริมสารสกัดสาหร่ายเตาในอาหารปลานิล น้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 20-25 กรัมต่อตัว เลี้ยงในบ่อพลาสติกขนาด 120 ลิตร แบ่งเป็น 5 ชุดการทดลอง การทดลองละ 3 ซ้ำ ประกอบด้วย 1) อาหารปลาปกติที่ไม่มีการเสริมสารสกัดสาหร่ายเตา (ชุดควบคุม) 2) อาหารปลาที่เสริมสารสกัดสาหร่ายเตา 5% 3) อาหารปลาที่เสริมสารสกัดสาหร่ายเตา 15% 4) อาหารปลาที่เสริมสารสกัดสาหร่ายเตา 25% และ 5) อาหารปลาที่เสริมสารสกัดสาหร่ายเตา 35% เลี้ยงเป็นระยะเวลา 10 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่า คุณภาพน้ำในการเลี้ยงปลา ได้แก่ อุณหภูมิ, แอมโมเนีย และความเป็นกรด-ด่าง อยู่ในค่าที่เหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงปลา อาหารปลาที่เสริมสารสกัดสาหร่ายเตา 5% มีผลต่อน้ำหนักสุดท้าย น้ำหนักที่เพิ่ม ความยาวสุดท้าย อัตราการเจริญเติบโตต่อวัน อัตราการเจริญเติบโตจำเพาะ อัตราการรอดสูงที่สุด อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อไม่แตกต่างกันระหว่างชุดการทดลอง และการสะสมสารต้านอนุมูลอิสระในเนื้อปลานิลมีค่าสูงที่สุด ดังนั้น อาหารปลาที่เสริมสารสกัดสาหร่ายเตา 5% จึงเป็นระดับความเข้มข้นที่เหมาะสมที่สุดซึ่งสามารถใช้เสริมทำเป็นอาหารปลา เพื่อเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต อัตรารอด เพิ่มการสะสมสารต้านอนุมูลอิสระในเนื้อปลานิล ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และลดการใช้ยาและสารเคมีในการเพาะเลี้ยงปลาได้