การเลี้ยงสไปรูไลนาด้วย น้ำนึ่งปลา และปุ๋ยปลาหมัก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการเลี้ยงสไปรูไลนาด้วย น้ำนึ่งปลา และ ปุ๋ยปลาหมัก ทำการเพาะขยายพันธุ์สาหร่ายสไปรูไลนาในห้องปฏิบัติการ ใช้หัวเชื้อสไปรูไลนาที่มีความเข้มข้นเซลล์ประมาณ 103-105 เซลล์ต่อมิลลิลิตร เลี้ยงด้วยอาหารสูตรZarrouk ที่ความเข้มแสง 8000 ลักซ์ ตรวจวัดการเจริญเติบโตของ สาหร่ายจากค่าความขุ่นเซลล์ Optical Density(O.D.) ที่ความยาวคลื่น 560 นาโนเมตรเมื่อค่า O.D. เท่ากับ 1 นำสาหร่ายสไปรูไลนา 2 กรัมมาเลี้ยงในหลอดทดลองด้วยปุ๋ยน้ำนึ่งปลา และปุ๋ยปลาหมักที่ความเข้มข้นต่างกัน 3 ระดับ คือ 10 % 50% และ 100% เสริมด้วยการหมักปุ๋ยทั้ง 2 ชนิดนี้กับจุลินทรีย์ ปม. 1 และเติมปุ๋ยสูตรสารเคมี 4 ตัวได้แก่ NaHCO3,NaNO3, K2HPO4, และ ปุ๋ย N:P:K สูตร 16:16:16ผลการศึกษาพบว่า สาหร่ายสไปรูไลนาสามารถเลี้ยงในปุ๋ยทั้ง 2 ชนิด และให้ผลการเจริญเติบโตดีที่สุดเมื่อเลี้ยงในปุ๋ยปลาหมัก 10% ผสมกับปุ๋ยสารเคมี 4 ตัวมีค่า O.D. เท่ากับ 1.03 และ ปุ๋ยปลาหมัก 100% ผสมกับปุ๋ยสารเคมี 4 ตัว ให้ผลการเจริญโตดีรองลงมามีค่า O.D. เท่ากับ 0.83 ข้อมูลที่ได้จากการศึกษานี้ สามารถเป็นแนวทางเลือกใช้ปุ๋ยจากวัตถุเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรมลดการนำสารเคมีมาใช้ในการเลี้ยงสาหร่ายสไปรูไลนาเพื่อรักษาสภาพแวดล้อม ผลผลิตสาหร่ายที่ได้จะไม่มีการปนเปื้อนจากสารเคมีตกค้าง ทำให้ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค และไม่ทำให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมมีความเป็นไปได้ที่จะประยุกต์ใช้ปุ๋ยดังกล่าวเพื่อลดต้นทุนการผลิตสาหร่ายสไปรูไลนาเชิงพาณิชย์ได้ต่อไป