การใช้ปุ๋ยเคมี (NPK) และยูเรียในการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนาดเล็ก Botryococcus braunii KMITL และ Scenedesmus dimorphus KMITL เพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตไบโอดีเซล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการใช้บุ้ยเคมี (NPK) และยูเรียในการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนาดเล็ก Botryococcus brounii KMITL wละ Scenedesmus dimorphus KMITI เพื่อเป็นวัตถุดิถุสิบสำหรับผลิตโบโอดีเซล พบว่า การเพาะเลี้ยงสาหร่าย B. brouni และ 5. dimorphus ในปุยสูตรการค้า (N:P:k) สาหร่ายให้ชีวมวล สูงสุดเท่ากับ 1.96+0.03 และ 1.65 + 0.02 กรัมต่อลิตร และให้น้ำมันสูงสูงสุด 39.32+0.26 และ 29.79+2.42 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ การมพาะเรื่องสาพร่าย & brouni ที่เพาะเลี้ยงใจอูเรีย 1-200-500 พบว่าลาหร่ายมีชีวมวล สูงสุด 1.52 + 0.02 กรัมต่อลิตร เมื่อเพาะเลี้ยงในยูเรีย 150 % และมีน้ำมันสูงสุด 47.07.07+0.51 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเพาะเลี้ยงในยูเรีย 200 % ส่วนสาหร่าย 5. dimorphus ที่เพาะเลี้ยงในยูเรีย 200 % มี ชีวมวลและน้ำมันสูงสุด 1.08 + 0.03 กรัมต่อลิตร และ 40.80+0.97 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ การเพาะเลี้ยงสาหร่าย B. brouni ในสูตรอาหารที่มีความแตกต่างกันคือ ปุยสูตรการค้า (N:P.K) ร่วมกับเหล็ก, N:P:K ร่วมกับความเค็ม, ยูเรียร่วมกับเหล็ก ยูเรียร่วมกับความเค็ม และยูเรียร่วมกับ ฟอสฟอรัส พบว่าสาพร่ายที่ลื่องด้วยดูทราหาหาร Nบทห ร่วมกับหล็ก มีดอดสิทสึหรือ 136-0.26 กรัมต่อธิพร ส่วนปริมาณไขมัน ลูกที่สุด 35.5666660.78 ฝอร์ดชั้นในสูดรลาหารยุครรรีรีท ร่วมกับเหล็ก ส่วนสาพร่าย 5. amorphus ที่เพรายในในในในร่รร่วมกับฟออฟ้อฟอยพี่ตามากลูก เท่ากับ 1.59 + 0.03 กรัมต่อลิตร และการเพาะเลี้ยงใน NPK ร่วมกับความเค็มให้ปริมาณน้ำมันสูงสุด เท่ากับ 35.73+0.72 เปอร์เซ็นต์ การศึกษาครแสมบัติน้ำมันในโอตีเหลทองสาหร่ายพบว่า คำ คำ ค่าขึ้นของน้ำใบใบใสที่เธอที่จาก สาหร่ายทั้งสองชนิดมีค่าสูงกว่านสูงกว่าที่มาตรฐาน ASTM D975 กำหนดไว้ โดยมีค่าอยู่ในช่วง 50.80.80- 69.20 ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสาหร่ายทั้งสองชนิดมีความเหมาะสมในการนำมาใช้เป็นแหล่ง วัตถุดิบทางเลือกสำหรับการผลิตไบโอดีเซลต่อไปในอนาคต