การคัดเลือกสายพันธุ์และการเพาะเลี้ยงสาหร่ายที่มีไขมันสูงแบบมหมวล เพื่อความเป็นไปได้ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การคัดเลือกสาหร่ายเพื่อผลิตน้ำมันไบโอดีเซล โดยทำการคัดเลือกจากไซยาโนแบดทีเรีย (Phormidium, Stigonema, Oscillatoria, Fischerella, Hapalosiphon, Arthrospira, Nostoc, Mastigocladopsis) ลาหร่ายสีเขียว (Botryococcus braunii, Chlorella, Ulva intestinalis, U. rigida, Cladophra, Caulerpa racemosa, C. lentilifera) ไดอะตอม (Chaetoceros, Isochrysis, Tetraselmis) สาหร่ายสีแดง (Acanthophora) และสาหร่ายลีน้ำตาล (Sargassum, Padina) พบว่าลาหร่ายสีเขียวขนาด เล็ก B. brauni มีไขมันมากที่สุด 13.2+0.2% กรดไขมันที่มีปริปริมาณมากที่สุดในสาหร่ายทุกชนิดคือ palmitic acid พบกรดไขมันโอเมกา linoleic acid ในสาหร่ายเกือบทุกชนิด พบ DHA ใน Mastigocladopsis, Chlorella, Chaetoceros, Tetraselmis และ Sargassum พบ EPA lu Chlorella, U. intestinalis, Chaetoceros, Isochrysis, Tetraselmis และ Acanthophora สภาวะที่เหมาะสมต่อลาหร่ายแต่ละชนิดในการผลิตน้ำมันคือ สาหร่าย Hapalosiphon sp. เลี้ยง ภายใต้การได้รับแสงต่อเนื่องมีไขมันสูงสุด 11.0920.46%, Mastigocladopsis sp. เลี้ยงภายได้การได้รับ แสง 4120 ลักซ์ มีไขมันสูงสุด 23.31?1.92%, Oscillatoria limnetica เลี้ยง 40 วัน มีไขมันสูงสุด 19.45?0.61%, Botryococcus brauni เลี้ยง 40 วัน มีไขมันสูงสุด46.56110.43% และScenedesmus dimorphus เลี้ยงภายได้อาหารเพิ่มเหล็กขึ้น 250% มีไขมันสูงสุด 24.710.49% การเลี้ยงสาหร่าย S.dimonhus ในระดับมหมวล ข้ามปุ๊บดูตร 18-1226 ที่ 5 ge ให้ใช้มันมากที่สุด 44.8 1,10%