Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

การพัฒนาต้นแบบบ่อเลี้ยงกุ้งไร้ดินระบบปิดที่เน้นกระบวนการบำบัดไนตริฟิเคชันเพื่อลดปัญหาการขาดแคลนน้ำและลดการเกิดโรคระบาดอย่างครบวงจร

สรวิศ เผ่าทองศุข สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

เป้าหมายของโครงการวิจัยนี้คือการพัฒนาต้นแบบบ่อเลี้ยงกุ้งไร้ดินระบบปิด เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนน้ำและลดการเกิดโรคระบาดอย่างครบวงจร ทำในบ่อไร้ดินขนาด 1 ไร่ ปูพื้นทั้งหมดด้วยพลาสติก HDPE การบ่มเตรียมสภาพบ่อเพื่อให้เกิดการบำบัดตามธรรมชาติ และมีการทดลองในบ่อดินขนาด 1 ไร่ เป็นบ่อชุดควบคุมเพื่อเปรียบเทียบผลการเลี้ยง การทดลองเริ่มจากการฆ่าเชื้อในน้ำด้วยแคลเซียมไฮโปคลอไรท์ เติมโซเดียมไบคาร์บอเนตเพื่อเป็นแหล่งคาร์บอนอนินทรีย์และปล่อยให้เกิดการเพิ่มจำนวนของไนตริไฟอิงแบคทีเรียจนสามารถเกิดการบำบัดแอมโมเนียและไนไตรต์ในน้ำได้ เมื่อพิจารณาจากผลการทดลองพบว่าควรใช้ระยะเวลา 15-30 วันสำหรับบ่อดิน และ 30-45 วันสำหรับบ่อไร้ดินซึ่งเพียงพอที่จะเกิดการบำบัดตามธรรมชาติ เมื่อกระบวนการไนตริฟิเคชันเกิดขึ้นสมบูรณ์จึงปล่อยลูกกุ้งลงเลี้ยงที่ความหนาแน่น 52,000 ตัว/ไร่ (32.5 ตัว/ตารางเมตร) โดยไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำเลยเป็นระยะเวลา 86 วัน ซึ่งช่วยลดความต้องการทรัพยากรน้ำได้เป็นอย่างมาก ระบบบ่อไร้ดินสามารถทำการเลี้ยงกุ้งได้โดยไม่พบปัญหาการสะสมแอมโมเนียและไนไตรต์ และไม่พบเชื้อก่อโรคในระหว่างการเลี้ยง เมื่อสิ้นสุดการเลี้ยงได้ผลผลิตกุ้งขนาด 17.7 กรัม/ตัว จำนวน 780 กิโลกรัม/ไร่ (0.49 กิโลกรัม/ตารางเมตร) อัตราการรอดที่ 90% และเมื่อนำข้อมูลผลการตรวจวัดความสามารถในการบำบัดแอมโมเนียไปทำการคำนวณ ได้ค่าประมาณการขีดจำกัดในการรองรับของระบบบ่อไร้ดินอยู่ที่ 1,920 กิโลกรัม/ไร่ (1.2 กิโลกรัม/ตารางเมตร) และความหนาแน่นของกุ้งที่ปล่อยประมาณ 96,000 ตัว/ไร่ (60 ตัว/ตารางเมตร) สามารถเลี้ยงได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำ ในขณะที่บ่อดินที่ไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำตลอดการเลี้ยงจะมีประมาณการความสามารถในการรองรับของเสียไนโตรเจนที่ 1,536 กิโลกรัม/ไร่ (0.96 กิโลกรัม/ตารางเมตร) และความหนาแน่นของกุ้งที่ปล่อยประมาณ 76,800 ตัว/ไร่ (48 ตัว/ตารางเมตร)

คำสำคัญ

minimize water usuagenitrification treatmentshrimp disease controlshrimp pondกระบวนการไนตริฟิเคชันกระบวนการบำบัดในบ่อเลี้ยงกุ้งการควบคุมโรคกุ้งบ่อเลี้ยงกุ้งประหยัดน้ำบ่อเลี้ยงกุ้งระบบปิด

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ผลกระทบของนํ้าระบายจากบ่อกุ้งสู่พื้นที่เพาะปลูกรอบบ่อเลี้ยง กรณีศึกษา: การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในพื้นที่โครงการส่งนํ้าและบำรุงรักษาลำปาว

เปรมฤดี เสริฐวิชา สำนักชลประทานที่ 6 พ.ศ. 2553

การพัฒนาและถ่ายทอดกระบวนการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เพื่อเพิ่มผลผลิตและสร้างการปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อม

บัณฑิต ติรชุลี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

การจัดการดินพื้นที่นากุ้งร้าง ด้วยปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงสูตรไนโตรเจน ฟอสฟอรัส ร่วมกับ ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 และน้ำหมักชีวภาพซุปเปอร์พด.2 เพื่อเพิ่มผลผลิตของปาล์มน้ำมัน

ภิญโญ สุวรรณชนะ สถานีพัฒนาที่ดินสตูล พ.ศ. 2556

ประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียขั้นต้นจากบ่อเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนาโดยใช้วัสดุกรอง

ประยูร ฟองสถิตย์กุล มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2555

การถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการนำหลังการเลี้ยงกุ้ง ในพื้นที่นำจืด ตามแนวพระราชดำริ

เสริมศักดิ์ สัตตบงกช มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี พ.ศ. 2557

การพัฒนาผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกที่มีคุณสมบัติในการควบคุมคุณภาพน้ำ ย่อยสลายของเสีย บำบัดขี้เลนและควบคุมแบคทีเรียก่อโรคในการเลี้ยงกุ้งทะเลเศรษฐกิจ

สุบัณฑิต นิ่มรัตน์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2552

ผลิตภัณฑ์กล้าเชื้อเฮเทอโรโทรฟิคไนตริไฟอิงแบคทีเรียทนเค็มสำหรับบำบัดสารอนินทรีย์ไนโตรเจนในระบบการเลี้ยงกุ้ง

ยุทธพงษ์ สังข์น้อย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2561

การใช้เทคโนโลยีทางเลือกเพื่อผลิตสัตว์น้ำอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

สมสมร แก้วบริสุทธิ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2554

การตรวจสอบจุลินทรีย์บ่งชี้สุขลักษณะในบ่อเลี้ยงกุ้งขาวแวนาไม จังหวัดตรัง เพื่อพัฒนาสู่ระบบการเลี้ยงปลอดภัย

พ.ศ. 2559

การจัดการดินพื้นที่นากุ้งร้าง ด้วยปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงสูตรไนโตรเจน ฟอสฟอรัส ร่วมกับ ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 และน้ำหมักชีวภาพซุปเปอร์พด.2 เพื่อเพิ่มผลผลิตของปาล์มน้ำ

กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2555