กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยเรื่องการศึกษาชนิดของผักและความหนาแน่นของปลานิลแปลงเพศที่เหมาะสมในการปลูกพืชด้วยระบบอะควาโปนิคโดยใช้หลักการคือใช้ของเสียสิ่งขับถ่ายจากระบบการเลี้ยงปลานิล หมุนเวียนมาเป็นแร่ธาตุในระบบการปลูกพืชไร้ดินแบบรางปลูก แบ่งการทดลองเป็น3 ชุดการทดลองที่มีอัตราการปล่อยปลานิลขนาด 30 กรัมในถังพลาสติกความจุของน้ำ 500 ลิตรที่ความหนาแน่นแตกต่างกัน 3 ระดับคือ ที่ความหนาแน่น 25, 50 และ 100 ตัวต่อน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งใน 1 ซ้ำการทดลองแต่ละชุดการทดลองจะปลูกพืชในรางปลูก 3 ชนิดคือ กวางตุ้ง สลัด และคะน้า เพื่อศึกษาการเจริญเติบโตของปลา พืช และความสัมพันธ์ทั้ง 2 ระบบผลการทดลองพบว่าด้านการเจริญเติบโตของปลานิลในอัตราส่วน 25 ตัวต่อน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร ให้อัตราการเจริญเติบโตดีที่สุดและแตกต่างในทางสถิติ (P<0.05)โดยมีน้ำหนักสุดท้ายเมื่อสิ้นสุดการทดลองเท่ากับ 176.22+10.44กรัม อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวันเท่ากับ1.616+0.43 กรัมต่อตัวอัตราการเจริญเติบโตจำเพาะเท่ากับ1.926+0.65กรัมต่อวัน และอัตราการแลกเนื้อเท่ากับ 2.53+0.33ส่วนด้านการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืชในระบบทั้ง 3 ชนิดพบว่าอัตราการการเจริญเติบโตของพืชผลผลิตรวมทั้งที่เป็นน้ำหนักสดและน้ำหนักแห้งไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05) ทางด้านคุณภาพน้ำในการทดลองครั้งนี้พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปลาและพืชสามารถเจริญเติบโตได้ดี จากข้อมูลการทดลองการเลี้ยงปลาและปลูกพืชในระบบอะควาโปนิค สามารถสรุปได้ว่า ควรเลี้ยงปลานิลแปลงเพศที่ความหนาแน่น 25 ตัวต่อตารางเมตร โดยสามารถปลูกพืชได้ทั้ง 3 ชนิด คือ ผักสลัด กวางตุ้ง และคะน้า ซึ่งจะสามารถสร้างผลผลิตได้จากทั้ง 2 ระบบการเลี้ยงคือปลาและผัก