การเลี้ยงปลานิลแปลงเพศในกระชังด้วยอัตราความหนาแน่นสูง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเลี้ยงปลานิลแปลงเพศในกระชังด้วยอัตราความหนาแน่นสูง สุรังษี ทัพพะรังสี๑ ปวีณา ผิวขำ๒ สุริยัญ แสงหงษ์๓ สุภาพร มหันต์กิจ๓* เรณู ว่องส่งสาร๔ และมาลัย อิ่มศิลป์๓ ๑ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดราชบุรี ๒ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดมุกดาหาร ๓ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเพชรบุรี ๔ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดระยอง บทคัดย่อ ศึกษาการเลี้ยงปลานิลแปลงเพศในกระชังด้วยอัตราความหนาแน่นสูง อัตรา 100, 200 และ 300 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร ในบ่อพักน้ำขนาด 4 ไร่ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเพชรบุรี โดยปล่อยปลานิลความยาวเริ่มต้นเฉลี่ย 14.31+0.03, 14.30+0.17 และ 14.35+0.08 เซนติเมตร และน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 52.30+0.26, 51.80+0.87 และ 51.36+0.19 กรัม ตามลำดับ ลงเลี้ยงในกระชังขนาด 1.0x1.0x1.2 เมตร จำนวน 9 กระชัง ซึ่งมีระบบน้ำไหลผ่านตลอดเวลา ให้ปลาทดลองกินอาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ดลอยน้ำระดับโปรตีน 28 เปอร์เซ็นต์ จนอิ่มวันละ 2 ครั้ง เวลา 08.30 น.และ 16.30 น. ดำเนินการทดลองระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนกันยายน 2554 เป็นระยะเวลา 16 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่า ปลานิลทดลองที่เลี้ยงที่ด้วยอัตราความหนาแน่น 100, 200 และ 300 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร มีความยาวสุดท้ายเฉลี่ยเท่ากับ 29.90+0.45, 29.38+1.18 และ 27.20+0.95 เซนติเมตร น้ำหนักสุดท้ายเฉลี่ยเท่ากับ 626.36+26.27, 538.38+29.00 และ 437.87+54.20 กรัม น้ำหนักเพิ่มต่อวันเฉลี่ยเท่ากับ 6.22+1.44, 5.88+0.39 และ 4.65+0.65 กรัมต่อวัน อัตราการเจริญเติบโตจำเพาะเฉลี่ยเท่ากับ 2.95+0.04, 2.79+0.08 และ 2.54+0.15 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน อัตราแลกเนื้อเฉลี่ยเท่ากับ 1.50+0.05, 1.73+0.07 และ 1.86+0.10 และอัตรารอดเฉลี่ยเท่ากับ 91.33+1.52, 80.33+3.88 และ 78.55+4.07 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ผลทางสถิติพบว่า ปลานิลทั้ง 3 ชุดการทดลอง มีน้ำหนักสุดท้ายเฉลี่ยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ (p<0.05) โดยพบว่าปลานิลที่เลี้ยงด้วยอัตราความหนาแน่น 100 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร มีน้ำหนักสุดท้ายเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาได้แก่ ปลานิลที่เลี้ยงด้วยอัตราความหนาแน่น 200 และ 300 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ ส่วนความยาวสุดท้ายเฉลี่ย และอัตราการเจริญเติบโตจำเพาะเฉลี่ยของปลานิลที่เลี้ยงด้วยอัตราความหนาแน่น 100 และ 200 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร พบว่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) แต่มีค่ามากกว่าและแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กับปลานิลที่เลี้ยงด้วยอัตราความหนาแน่น 300 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่น้ำหนักเพิ่มต่อวันเฉลี่ยของทั้ง 3 ชุดการทดลอง พบว่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) สำหรับอัตราแลกเนื้อเฉลี่ยของปลานิลที่เลี้ยงด้วยอัตราความหนาแน่น 200 และ 300 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร พบว่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) แต่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กับปลานิลที่เลี้ยงด้วยอัตราความหนาแน่น 100 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร ด้านอัตรารอดเฉลี่ยของปลานิลที่เลี้ยงด้วยอัตราความหนาแน่น 100 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร มีค่าสูงที่สุด และแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กับปลานิลที่เลี้ยงด้วยอัตราความหนาแน่น 200 และ 300 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร สำหรับปริมาณผลผลิตเฉลี่ยปลานิลที่เลี้ยงทั้ง 3 อัตราความหนาแน่น พบว่ามีค่าเท่ากับ 57.09, 87.49 และ 104.70 กิโลกรัมต่อกระชัง ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ พบว่าต้นทุนการผลิตของแต่ละชุดการทดลองเท่ากับ 3,166.80, 4,731.74 และ 5,754.52 บาทต่อกระชัง มีจุดคุ้มทุนของราคาขายเท่ากับ 55.47, 54.08 และ 54.96 บาทต่อกิโลกรัม และผลตอบแทนต่อการลงทุนเท่ากับ 35.63, 38.95 และ 20.55 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ จากผลการทดลองครั้งนี้ เมื่อพิจารณาการเจริญเติบโต ประกอบกับต้นทุนและผลตอบแทนจากการเลี้ยง สรุปได้ว่าปลานิลแปลงเพศที่เลี้ยงในกระชังด้วยอัตราความหนาแน่น 200 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร มีความเหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี และให้ผลตอบแทนสูงสุด คำสำคัญ: ปลานิลแปลงเพศ เลี้ยงในกระชัง ความหนาแน่นสูง การเจริญเติบโต ต้นทุนและผลตอบแทน *ผู้รับผิดชอบ: ๒๖๘ ม. ๕ ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ๗๖๑๓๐ โทร. ๐ ๓๒๔๑ ๖๕๒๑ e-mail : msupaporn_psu @ yahoo.com