การถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์จากน้ำเลี้ยงปลาดุกลูกผสมเพื่อผลิตพืชผักในระบบอะควาโปนิกส์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์จากน้ำเลี้ยงปลาดุกลูกผสม เพื่อผลิตพืชผักในระบบอะควา-โปนิกส์ ทำการทดลองในพืชผัก 4 ชนิด คือ ผักกาดหอม ผักแขยง พริก และมะเขือ เพื่อศึกษาชนิดของพืชผักที่เหมาะสม โดยปลูกในกระบะกว้าง 10 เซนติเมตร สูง 5 เซนติเมตร ที่มีความยาวแตกต่างกัน วางแผนการทดลองแบบ CRD(Completely Randomized Design) มี 6 กลุ่มทดลอง 4 ซ้ำ คือ กลุ่มควบคุมที่ 1 2 และ 3 ปลูกในระบบน้ำปุ๋ยเคมี(hydroponics) กระบะยาว 1.5 3.0 และ 6.0 เมตร กลุ่มทดลองที่ 1 2 และ 3 ปลูกในระบบอะควาโปนิกส์กระบะยาว 1.5 3.0 และ 6.0 เมตร ในระยะเวลาการทดลอง 60 วัน พบว่า ผักแขยงมีความเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชแบบอะควาโปนิกส์ โดยผักแขยงกลุ่มทดลองที่ 3 ปลูกในระบบอะควาโปนิกส์กระบะยาว 6.0 เมตร มีน้ำหนักเฉลี่ยต่อต้นสูงสุด 153.50+1.04 กรัม ซึ่งแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ(P<0.05) กับกลุ่มทดลองที่ 2 ปลูกในระบบอะควาโปนิกส์กระบะยาว 3.0 เมตร มีน้ำหนักเฉลี่ยต่อต้น 144.29+1.45 กรัม และกลุ่มทดลองที่ 1 ปลูกในระบบอะควาโปนิกส์กระบะยาว 1.5 เมตร มีน้ำหนักเฉลี่ยต่อต้นเท่ากับ 134.75+1.31 กรัม แต่ไม่แตกต่างกันทางสถิติ(P>0.05) กับกลุ่มควบคุมที่ 1 2 และ 3 ปลูกในระบบน้ำปุ๋ยเคมีกระบะยาว 1.5 3.0 และ 6.0 เมตร มีน้ำหนักเฉลี่ยต่อต้น 103.87+1.76 136.66+1.02 และ 135.62+0.47 กรัม ตามลำดับ และคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงปลาดุกลูกผสมมีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของผักแขยง