การพัฒนารูปแบบการผลิตพืชสำหรับชุมชนเมืองแบบมีส่วนร่วมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีมีความมั่นคงทางอาหาร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้เพื่อพัฒนาระบบการปลูกผักแบบให้น้ำอัตโนมัติที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์สำหรับชุมชนเมือง มี 2 การทดลอง ประกอบด้วย การทดลองที่หนึ่ง ศึกษาออกแบบระบบการปลูกผักให้น้ำอัตโนมัติสำหรับโรงเรือนปลูกพืชปลอดสารพิษ ขนาด 6X15 ตารางเมตร จำนวน 2 หลัง โดยอาศัยแหล่งพลังงานหลักจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 300 วัตต์ 1 แผง และขนาด 80 วัตต์ 1 แผง ระบบควบคุมการให้น้ำมี 2 ระบบคือ แบบปรกติ (Manual) และแบบอัตโนมัติ(Auto) มีเซนเซอร์ตรวจจับระดับความชื้นในดินและระดับอุณหภูมิหรือความชื้นในอากาศมาใช้เป็นข้อมูลในการควบคุมการพ่นหมอกหรือให้น้ำ แก่พืช มีจอแสดงผลเพื่อใช้เปรียบเทียบกับค่าที่ตั้งไว้ด้วย การทดลองที่สอง เปรียบเทียบระหว่างระบบการให้น้ำแบบหยดกับแบบพ่นหมอก โดยใช้ t-test ร่วมกับ การวางแผนการทดลองแบบ RCB-Split-split plot ซึ่งมี 3 ปัจจัย ได้แก่ 1) วิธีการให้น้ำ 2 วิธี คือแบบหยด(Drip) และแบบพ่นหมอก(Spray) 2) ปริมาณปุ๋ยอินทรีย์ในวัสดุปลูก 3 ระดับ คือ 30, 40 และ 50 เปอร์เซ็นต์ของวัสดุปลูก และ 3) ผักสลัด 3 พันธุ์ ประกอบด้วย Red oak, Red coral และ Green butterhead) พบว่า 1) การให้น้ำแบบหยดให้ค่าเฉลี่ยน้ำหนักสดสูงกว่าการให้น้ำแบบพ่นหมอก 2) ปริมาณของปุ๋ยอินทรีย์ในวัสดุปลูกที่ระดับ 50 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้ผักสลัด มีน้ำหนักสดสูงกว่าที่ระดับ 40 และ 30 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และ 3) ผักสลัดพันธุ์ Green butterhead ให้น้ำหนักสดสูงกว่าผักสลัดพันธุ์ Red oak และ Red coral ตามลำดับ ผลการทดลองดังกล่าวสามารถสรุปได้ว่าวิธีการให้น้ำแบบหยดที่มีปริมาณปุ๋ยอินทรีย์ในวัสดุปลูก 50 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผักสลัดพันธุ์ Green butterhead ที่ปลูกในวัสดุปลูกจะให้น้ำหนักสดสูงสุด แสดงว่าปริมาณปุ๋ยอินทรีย์ในวัสดุปลูกที่ระดับ 50 เปอร์เซ็นต์ สามารถใช้เป็นวัสดุปลูกผักสลัดแทนดินได้ คำสำคัญ: วิธีการให้น้ำ วัสดุปลูกแทนดิน ไม่ใช้สารเคมี ชุมชนเมือง