โครงการวิจัยการจัดการผลิตพืชเพื่อเพิ่มเสถียรภาพด้านรายได้และความมั่นคงด้านอาหารของชุมชนนวัตกรรมวิชาการเกษตร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยชุดเรื่อง การจัดการผลิตพืชเพื่อสร้างเสถียรภาพด้านรายได้และความมั่นคงด้านอาหารของชุมชนนวัตกรรมวิชาการเกษตร มีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยและพัฒนาการจัดการผลิตพืชเพื่อสร้างเสถียรภาพด้านรายได้และความมั่นคงด้านอาหารของชุมชนต้นแบบ 6 ชุมชน ใน 5 จังหวัด (สงขลา พัทลุง สตูล ปัตตานี และยะลา) ดำเนินการในช่วงเดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2567 โดยการรายงานผลการศึกษาในครั้งนี้อยู่ในช่วงเดือนตุลาคม 2564 - ธันวาคม 2565 ดำเนินการสร้างเสถียรภาพด้านรายได้และการเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยในพื้นที่เป้าหมาย โดยการเปรียบเทียบการใส่ปุ๋ยกรรมวิธีทดสอบของกรมวิชาการเกษตรโดยการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน และกรรมวิธีการใส่ปุ๋ยของเกษตรกร ในพืชทุเรียน ปาล์มน้ำมัน จำปาดะ สละ และมะพร้าว พัฒนาต้นแบบการผลิตพืชผสมผสานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 9 กลุ่มพืช ได้แก่ กลุ่มพืชอาหาร กลุ่มพืชรายได้ กลุ่มพืชสมุนไพรสุขภาพ กลุ่มพืชสมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืช กลุ่มพืชอนุรักษ์ดินและน้ำ กลุ่มพืชอาหารสัตว์ กลุ่มพืชใช้สอย กลุ่มพืชอนุรักษ์พันธุกรรมท้องถิ่น และกลุ่มพืชพลังงานหรือเชื้อเพลิง พัฒนาต้นแบบการผลิตพืชอินทรีย์ โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต และการใช้ประโยชน์จากสารชีวภัณฑ์ป้องกันกำจัดศัตรูพืชในแปลงเกษตรกร พัฒนาต้นแบบการผลิตพืชที่ยืดหยุ่นจากการได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการปลูกพืชแบบโรงเรือน ปลูกพืชแบบยกแคร่ ปลูกพืชโดยการปรับสภาพพื้นที่แบบยกร่อง และการจัดการเขตกรรมโดยใช้ระบบน้ำหยดเพื่อลดการใช้น้ำ และพัฒนาแพลตฟอร์มนวัตกรรมความมั่นคงทางอาหารในชุมชนแบบมีส่วนร่วม โดยรวบรวมและสรุปผลการสำรวจข้อมูลและคัดเลือกชุมชน พบปะผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และจัดทำเวทีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชน ผลการศึกษาพบว่า การใส่ปุ๋ยตามกรรมวิธีทดสอบของกรมวิชาการเกษตรทำให้ปริมาณผลผลิตของทุเรียน ปาล์มน้ำมัน จำปาดะ สละ และมะพร้าว สูงกว่ากรรมวิธีเกษตรกร ขณะที่การปลูกพืชผสมผสานใน 9 กลุ่มพืชตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ส่งผลต่อเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและลดรายจ่ายในครัวเรือน เกษตรกรได้บริโภคผักที่ปลอดภัย นอกจากนั้นยังพบว่า ต้นแบบการผลิตพืชที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกษตรกรสามารถผลิตพืชเพื่อจำหน่ายและมีผลผลิตบริโภคได้ตลอดฤดูกาลทั้งในช่วงฤดูกาลปกติและช่วงฤดูฝน ส่วนการพัฒนาแพลตฟอร์มนวัตกรรมความมั่นคงทางอาหารในชุมชนพบว่า เกษตรกรและผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจในกิจกรรมที่ดำเนินการในระดับมากถึงมากที่สุด ระดับคะแนนอยู่ที่ 4.35-4.69 ทั้งนี้ชุมชนเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ชุมชนสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายในระดับตำบลทางด้านการตลาดและองค์ความรู้ เช่น เครือข่ายเกษตรกรด้วยกัน เครือข่ายกับโรงเรียน เครือข่ายกับโรงพยาบาล เครือข่ายกับหน่วยงานราชการ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเสถียรภาพทางด้านรายได้และความมั่นคงด้านอาหารของชุมชนเป้าหมายทั้ง 6 ชุมชน ในจังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล ปัตตานี และยะลา และเป็นชุมชนต้นแบบเพื่อใช้เป็นการขยายฐานไปยังชุมชนอื่น ๆ นั้น การดำเนินการวิจัยจำเป็นต้องมีการพัฒนาศักยภาพของบุคคล (เกษตรกร/ชุมชน) ไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาด้านกายภาพของพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชน และสามารถประเมินได้ว่าชุมชนต้นแบบดังกล่าว สามารถดำเนินการกิจกรรมด้วยการพึ่งตนเองและกลายเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืนได้จึงเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินงานวิจัยต่อ