โครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบการปลูกพืชตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบการปลูกพืชตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อศึกษาวิจัยให้ได้ข้อมูลการจัดการ และพัฒนารูปแบบการปลูกพืชแบบผสมผสานในระบบการปลูกพืชผักอินทรีย์ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการปรับปรุงบารุงดินที่เหมาะสมในระบบการผลิตพืชผักในระบบอินทรีย์และ เพื่อพัฒนาเกษตรกรต้นแบบและสร้างเครือข่ายการผลิตพืชผักอินทรีย์ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ประกอบด้วย 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 พัฒนาต้นแบบการจัดระบบการผลิต และจัดการดิน ปุ๋ยพืชผักตามระบบเกษตรอินทรีย์ที่เหมาะสมในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ กิจกรรมที่ 2 การวิจัยพัฒนาต้นแบบการจัดการดินและปุ๋ยพืชผักตามระบบเกษตรอินทรีย์ที่เหมาะสมในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ดาเนินการในพื้นที่แปลงเกษตรกรพื้นที่ตาบลช่างปี่ อาเภอศีขรภูมิ และ ตาบลหนองแวง อาเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ ระหว่างเดือนตุลาคม 2557 – กันยายน 2560 ทั้งสองกิจกรรมเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สมบัติดิน สมบัติปุ๋ยอินทรีย์ (ธาตุอาหาร ความหนาแน่น โลหะหนัก) ข้อมูลผลผลิต รายได้ ผลตอบแทน การประเมินความพึงพอใจ ผลการทดลองพบว่า กิจกรรมที่ 1 พัฒนาต้นแบบการจัดระบบการผลิต และจัดการดิน ปุ๋ยพืชผักตามระบบเกษตรอินทรีย์ที่เหมาะสมในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ดินมีปริมาณอินทรียวัตถุที่เพิ่มขึ้น การปลูกพืชร่วมในระบบทาให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยไร่ละ 6,175 บาท เกษตรกรทั้งหมดมีความพึงพอใจในระบบปลูกพืช ส่วนกิจกรรมที่ 2 การวิจัยพัฒนาต้นแบบการจัดการดินและปุ๋ยพืชผักตามระบบเกษตรอินทรีย์ที่เหมาะสมในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ พบว่าดินมีปริมาณอินทรียวัตถุที่เพิ่มขึ้น การใส่ปุ๋ยอินทรีย์อัตราตามค่าวิเคราะห์ดินและค่าวิเคราะห์ปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้มากกว่า เนื่องจากต้นทุนค่าปุ๋ยลดลงทาให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนมากกว่า โดยพบว่าการใส่ปุ๋ยคะน้าอัตราแนะนาช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรในพื้นที่เฉลี่ยไร่ละ 1,875 บาท ขณะที่การใส่ปุ๋ยข้าวโพดอัตราแนะนาทาให้ต้นทุนเพิ่มเฉลี่ยไร่ละ 1,928.50 บาท แต่สามารถเพิ่มรายได้เฉลี่ยไร่ละ 4,240 บาท ขณะที่การใส่ปุ๋ยฟักทองอัตราแนะนาช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรในพื้นที่เฉลี่ยไร่ละ 332 บาท และโครงการนี้ยังสามารถสร้างเกษตรกรต้นแบบ ได้แก่ นายพิทักษ์ บุญเอก รวมทั้งเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกผักอินทรีย์ในพื้นที่ ตาบลหนองแวง อาเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ด้วย