ยกระดับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ครบวงจรด้วยระบบ Integrated Cropping Management (ICM)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลให้กับเกษตรในพื้นที่ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ด้วยการถ่ายทอดนวัตกรรม เทคโนโลยีการผลิต และการบริหารจัดการผลิตพืชแบบครบวงจรด้วยระบบอินทรีย์ไอซีเอ็ม (Organic ICM : Integrated cropping management) และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกร ด้วยเทคโนโลยีการผลิตพืชอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง โดยการรวมกลุ่มผลิตพืชอินทรีย์ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และสร้างการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ผลการวิจัยพบว่า.การถ่ายทอดนวัตกรรม เทคโนโลยีการผลิต และการบริหารจัดการผลิตพืชแบบครบวงจรด้วยระบบอินทรีย์ไอซีเอ็ม (Organic ICM : Integrated cropping management) เพื่อเป็นการขยายผลให้กับเกษตรในพื้นที่ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่าเกษตรกรจำนวน 30 ราย ที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ 88.6 มีความรู้ ความเข้าใจในการผลิตพืชอินทรีย์แบบครบวงจรในระดับมากที่สุด มีความเข้าใจและตระหนักถึงการใช้สารเคมีทางการเกษตร มีการใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทนสารเคมี ในการป้องกันจำกัดศัตรูพืช โดยเกษตรกรทั้ง 30 รายได้ยื่นขอเข้ารับการตรวจรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ ได้รับการขึ้นทะเบียนช่วงปรับเปลี่ยนเป็นแหล่งผลิตพืชอินทรีย์แล้วจำนวน 12 ราย และอีก 18 ราย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรบุรีรัมย์จะดำเนินการตรวจประเมินในปีงบประมาณ 2566 อีกทั้งเกิดการรวมกลุ่มผลิตพืชอินทรีย์ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความเข้าใจในการจัดผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดระดับต่างๆ โดยผลผลิตอินทรีย์ส่วนใหญ่จำหน่ายแบบค้าปลีกที่ตลาดสีเขียวเทศบาลพนมรุ้ง ในวันจันทร์และวันพฤหัสบดี อย่างไรก็ตาม ด้วยศักยภาพของเกษตรกรและผลผลิตที่มีปริมาณไม่มากพอต่อความสามารถในการเชื่อมโยงตลาดเฉพาะ (ซุปเปอร์มาร์เก็ต,โมเดิร์นเทรด) การค้าส่ง และการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้ ส่วนการเพิ่มขึ้นของรายได้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่อยู่ที่ร้อยละ 70 ซึ่งเกิดจากการจำหน่ายผลผลิตภายในชุมชน จากผลการศึกษาที่ได้ สามารถนำมาสรุปเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงบริหารให้กับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการสร้างศักยภาพของเกษตรกรให้มีความรู้ความเข้าใจในการผลิตพืชผักอินทรีย์ในเชิงอุตสาหกรรม การกำหนดมาตรการที่เอื้อต่อเกษตรกรผู้ผลิต การเพิ่มคุณภาพและปริมาณผลผลิตอินทรีย์ในระดับจังหวัด และระดับประเทศ เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานต่อไป