การจัดการความรู้การวิจัยแอพพลิเคชั่นส าหรับรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ ชุมชน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจด้านเกษตรกรรมและเพิ่มรายได้เกษตรกรรายย่อย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีพื้นที่การผลิตเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองประมาณ 200,000 ไร่ (0.21% ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด) ขณะที่ความต้องการบริโภคสินค้าอินทรีย์เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการพัฒนากลยุทธ์ด้านการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งโดยปกติแล้วพื้นที่การผลิตเกษตรอินทรีย์จะได้รับการรับรองจากหน่วยตรวจรับรองบุคคลภายนอก (CB) เพื่อการส่งออกผลิตผลอินทรีย์เป็นหลัก แต่เกษตรกรไทยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย ที่ถือครองที่ดินจำนวนไม่มาก จึงไม่สามารถเข้าถึงระบบการรับรองโดยหน่วยตรวจรับรองบุคคลภายนอก รวมทั้งไม่สามารถจำหน่ายผลิตผลของตนเองภายใต้การกล่าวอ้างว่าเป็นเกษตรอินทรีย์ได้ โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีการผลิตสินค้าอินทรีย์และระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (พีจีเอส) รวมทั้งการประยุกต์ใช้แอพพลิเคชั่น ORGANIC LEDGER เป็นเครื่องมือสำหรับผู้ตรวจในการตรวจประเมินฟาร์มเกษตรอินทรีย์ภายในชุมชน ให้แก่กลุ่มเกษตรกรรายย่อยในจังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ จำนวน 10 กลุ่ม รวม 300 คน ซึ่งโครงการนี้มีแผนความร่วมมือบูรณาการกับมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย และหน่วยงานท้องถิ่น คือ สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ สำหรับเป็นแหล่งองค์ความรู้และเป็นพี่เลี้ยงเกษตรกรภายในท้องถิ่นนั้น ๆ ผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการนี้ประกอบด้วย ร้อยละ 70 ของเกษตรกรรายย่อยผู้เข้าร่วมโครงการ นำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการถ่ายทอดไปประยุกต์ใช้ในฟาร์มของตนเองและได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ต่อจากนั้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีกระบวนการผลิตเกษตรอินทรีย์และระบบการรับรองสินค้าอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจะส่งเสริมสนับสนุนการสร้างชุมชนเกษตรกรรายย่อยในการเพิ่มพื้นที่การผลิตเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรอง ให้มีการรับประกันคุณภาพสินค้าอินทรีย์ ราคาต่อหน่วยเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการขยายช่องทางตลาด ส่งผลให้เกษตรกรรายย่อยมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น