การสร้างนวัตกรรมทางสังคม เพื่อการขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์บนเศรษฐกิจฐานรากแบบพอเพียง โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS จังหวัดเชียงราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่องานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อสร้างแนวทางการขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์แบบ PGS โดยการสร้างนวัตกรรมทางสังคม ไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจของผู้บริโภค วิเคราะห์ความต้องการและพฤติกรรมผู้บริโภคสินค้าอินทรีย์ 2) เพื่อจัดทำฐานข้อมูลผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์แบบ PGS ในจังหวัดเชียงราย 3)เพื่อพัฒนาการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตรอินทรีย์ผ่านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอินทรีย์ในจังหวัดเชียงราย และ 4) เพื่อวิเคราะห์และนำผลการศึกษาไปสร้างแผนการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดเชียงราย มีสมมติฐานว่านวัตกรรมทางสังคมทั้งระบบฐานข้อมูลเกษตรอินทรีย์แบบ PGS รวมถึงโปรแกรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จากวิถีอินทรีย์ จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น โดยใช้กระบวนการศึกษา กระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) และดำเนินการวิจัยแบบปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม(Participatory Action Research: PAR) ร่วมกับ กลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองแบบมีส่วนร่วม PGS ของจังหวัดเชียงราย ด้วยการ พัฒนานวัตกรรมเพื่อการสร้างความเชื่อมั่นของเกษตรกร ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคนำมาวิเคราะห์ จำนวน 115 ราย สัมภาษณ์เชิงลึกผู้ประกอบการ และเกษตรกร รวมถึงการสร้างและเพิ่มมูลค่าของการเกษตรอินทรีย์ผ่านการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สร้างโปรแกรมการทดลองการท่องเที่ยวและทำการประเมินในระยะที่ 2 จนไปสู่การถอดบทเรียนร่วมกันระหว่างนักวิจัยกับ กลุ่มPGS และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ประกอบการ นำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยcontent analysis และกลับคืนสู่กลุ่มPGS เชียงราย ผลการศึกษาพบว่า ความเข้มแข็งของกลุ่มPGS เชียงรายมาจากการที่สมาชิกมีใจในการทำการเกษตรอินทรีย์ จนทำให้มีสมาชิกมีความเชื่อมั่น และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำการเกษตรอินทรีย์ การตรวจแปลงแบบให้ข้อคิดเห็นเพื่อไปสู่การปรับเปลี่ยนทำให้เกิดความมั่นใจในการทำการเกษตรอินทรีย์ และสามารถผลิตไปจำหน่ายได้ อยู่บนฐานของความพอเพียงของสมาชิก ที่ค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้ง กระจายการบริหารจัดการให้กับกลุ่มในแต่ละอำเภอ ด้วยการประสานงานกับหัวหน้ากลุ่ม มีการประชุมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ มีการวางกฎเกณฑ์การทำเกษตรอินทรีย์อย่างเข้มแข็งด้วยการใช้กฎเดียวกัน และมีการตรวจไขว้ฟาร์มเพื่อนแลกเปลี่ยนจับคู่กันในแต่ละปีของแต่ละกลุ่มย่อย กับผู้บริโภคที่เชื่อมั่นในเกษตรอินทรีย์เพราะมั่นใจในการผลิต เชื่อมั่นเนื่องจากทราบว่าดำเนินการเกษตรอินทรีย์อย่างไร ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่จำหน่ายมากสุดคือพืชผัก ที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั้งผักพื้นบ้าน ผักที่เป็นลักษณะเฉพาะเช่น รากชู รองลงมาคือข้าวอินทรีย์ ซึ่งเป็นสินค้าที่สมาชิกจำหน่ายค่อนข้างมาก และกลุ่มPGS ขาดการประชาสัมพันธ์ ควรมีการสร้างตลาดนัดอินทรีย์ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือนเพื่อให้คนรู้จักมากยิ่งขึ้น ส่วนโปรแกรมการท่องเที่ยวถ้าจัดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคควรจัดในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ชิม ช๊อป และมั่นใจในผลผลิตอินทรีย์