กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นผลจากการตระหนักถึงผลเสียต่อสุขภาพที่เกิดจากสารเคมีตกค้างในสินค้าที่ปลูกและ/หรือผลิตด้วยการเกษตรแบบดั้งเดิมที่ใช้สารเคมี อย่างไรก็ตามแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ยังไม่เป็นที่แพร่หลายและเข้าถึงได้สะดวก การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโซ่อุปทานสินค้าเกษตรอินทรีย์สำหรับการจำหน่ายในตลาดสดชุมชนซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าที่เข้าถึงได้ง่ายและเปิดดำเนินการแม้ในภาวะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างทันทีทันใดของสังคมจากสถานการณ์ระบาดของไวรัส COVID-19 ในการวิจัยนี้ได้ใช้ผักอินทรีย์เป็นตัวอย่างของสินค้า ผู้วิจัยได้พัฒนาและขับเคลื่อนกิจกรรมในโซ่อุปทาน ประกอบด้วย (1) ต้นน้ำ สร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกผักอินทรีย์ที่ได้รับรองมาตรฐานการรับรองแบบกลุ่ม (participatory guarantee system หรือ PGS) เพื่อเป็นแหล่งของผักสดที่ส่งขายยังตลาดสด โดยเกษตรกรเป็นผู้จัดหาเตรียมผักตามการสั่งซื้อของผู้ขาย (2) กลางน้ำ เชื่อมต่อเกษตรกรกับผู้ขายผักสดในตลาดสดสันติสุขดอนกลาง ตลาดสดดอนกลาง และตลาดเทศบาล 3 เพื่อวางจำหน่ายผักอินทรีย์ พร้อมกำกับติดตามและตรวจสอบคุณภาพของสินค้าและสุขาภิบาลสถานที่และผู้จำหน่าย และ (3) ปลายน้ำ ส่งเสริมการขายสินค้าให้กับผู้บริโภค และให้ข้อมูลกลับแก่ผู้ขายและเกษตรกรจากมุมมองของผู้บริโภค ในการวิจัยนี้ผู้วิจัยได้มีบทบาทในการขับเคลื่อนกิจกรรมโลจีสติกส์ซึ่งเป็นผู้รวบรวมและขนส่งผักจากเกษตรกรมายังผู้ขาย จากการดำเนินการวิจัย พบว่า โซ่อุปทานผักอินทรีย์สำหรับขายในตลาดสดสามารถเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ ผู้ขายสามารถขายผักได้ตลอดช่วงการวิจัยโดยมีลูกค้าประจำที่มาซื้อผักอินทรีย์ซ้ำและสั่งจองล่วงหน้า กิจกรรมของโซ่อุปทานได้สร้างมูลค่าให้กับผู้ขายด้วยราคาจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 1.5-2 เท่าของเงินที่ลงทุน และเกษตรกรสร้างรายได้ทดแทนเมื่อแหล่งจำหน่ายเดิมซึ่งเป็นตลาดในโรงพยาบาลและหน่วยงานราชการที่ปิดตัวลงในช่วงการระบาดของไวรัส COVID-19 อย่างไรก็ตามมูลค่าที่เกิดขึ้นในโซ่อุปทานมีความผันผวนและลดลงอย่างมากจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจแม้ว่าจะมีการกระตุ้นยอดจำหน่ายด้วยการส่งเสริมตลาดหรือเชื่อมต่อกับเครือข่ายทางธุรกิจ ทั้งนี้เกษตรกรและผู้ขายมีความเห็นตรงกันว่าธุรกิจจำหน่ายผักอินทรีย์ในตลาดสดนั้นมีความเป็นได้สูงและควรมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่อาจต้องพิจารณาประเด็นการเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้า และลดค่าใช้จ่ายในกิจกรรมโลจีสติกส์ ตลอดจนวางแผนการผลิตผักให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดต่อไป คำสำคัญ: โซ่อุปทาน ผักอินทรีย์ ตลาดสด ตลาดปลอดภัย
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. Representative of the deliverable demonstrated in relevant environments
การนำเทคโนโลยีการบรรจุภัณฑ์และการเก็บรักษา แบบ MAP ที่กล่าวข้างต้นมาประยุกต์ใช้กับผักต่าง ๆ ซึ่งมีความเป็นไปได้นำไปสู่ต้นแบบภาคสนามสำหรับการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของผักสด
ผู้ร่วมวิจัยได้ทำการวิจัยและทดสอบในห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการบรรจุภัณฑ์และเก็บรักษาผักสด ด้วยเทคนิคการบรรจุแบบบรรยากาศดัดแปร (modified atmosphere packaging; MAP) ร่วมกับ การจัดการอุณหภูมิเก็บรักษา ซึ่งมีประสิทธิภาพในการชะลอการเสื่อมเสียของผักได้ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ผักสำหรับตลาดปลอดภัยต่อไป.
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. problem validated through pilot testing in relevant environment to substantiate proposed impact and societal readiness
ผู้วิจัยและผู้มีส่วนได้เสียที่ได้ร่วมในงานวิจัยได้คาดว่า เมื่องานวิจัยแล้วเสร็จจะเกิดแนวทางการแก้ปัญหาของพื้นที่เป้าหมาย (ซึ่งก็คือ ตลาดสดชุมชน) บนพื้นฐานของความรู้และเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับบริบทของตลาดชุมชน โดยแนวทางดังกล่าวจะได้รับการตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ ก่อนทำการถ่ายทอดไปยังผู้มีส่วนได้เสียต่อไป
ผู้วิจัยได้ร่วมงานกับผู้ประกอบการบางรายในตลาดเป้าหมายและกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักอินทรีย์ ดังนั้นความพร้อมทางสังคมจึงอยู่ในระดับ 1-2 ที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ปัญหาและกำหนดความพร้อมของความรู้และเทคโนโลยีทางสังคม ตลอดจนการกำหนดปัญหาและเสนอแนวคิดในการพัฒนาปัญหาร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาเป็นแนวทางสำหรับการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของผักสดสำหรับตลาดปลอดภัย