Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2561

การจัดการด้านอุปทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มของข้าวอินทรีย์

อภิญญา วนเศรษฐ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2561

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการณ์ของการจัดการห่วงโซ่อุปทานตลอดเส้นทางโลจิสติกส์ ในส่วนต้นน้้า และกลางน้้าเป็นหลัก 2) วิเคราะห์ SWOT ของการผลิตข้าวอินทรีย์ และน้าไปสู่ข้อเสนอแนะในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ข้าวอินทรีย์ที่ยั่งยืน และ 3) น้าเสนอรูปแบบที่ดีในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มของข้าว อินทรีย์ส้าหรับวิธีการศึกษาแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาเกี่ยวกับการจัดการห่วงโซ่อุปทานตลอดเส้นทางโลจิ สติกส์ ทั้งต้นน้้า กลางน้้า และปลายน้้า และทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง 2) การวิเคราะห์จากการเก็บข้อมูลภาคสนามด้วยการ ประชุมกลุ่มย่อยและการสัมภาษณ์เชิงลึก จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ เกษตรกร คนกลาง/ผู้รวบรวม และส่วนราชการ ในพื้นที่ 3 จังหวัดประกอบด้วย สุรินทร์ ยโสธร และบุรีรัมย์ ทั้งนี้เป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (purposive sampling) โดย เป็นเกษตรกรที่ปลูกข้าวอินทรีย์และคนกลางที่มีบทบาทในการรวบรวมและเคลื่อนย้ายผลผลิต ผลการศึกษาพบว่า 1) การจัดการห่วงโซ่อุปทานของข้าวอินทรีย์ แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ระดับต้นน้้าและระดับกลางน้้า โดย ระดับต้นน้้าจะเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ส่วนในระดับกลางน้้าจะเกี่ยวข้องกับการแปรรูปและการตลาด ในส่วนของการ จัดการการผลิตนั้น เกษตรกรมีการรวมกลุ่มในรูปแบบต่างๆ เช่น กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ เป็นต้น ในลักษณะต่าง คนต่างผลิตจากความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสม ส่วนใหญ่มาใช้เทคโนโลยีดั้งเดิม อย่างไรก็ตามการผลิตเริ่มเปลี่ยนผ่านจากการใช้ แรงงานเข้มข้น (labor intensive) สู่การใช้ทุนเข้มข้น (capital intensive) มากขึ้น มีการใช้แรงงานในครัวเรือนเป็นหลักและเป็น การผลิตขนาดเล็ก พื้นที่ปลูกเฉลี่ย 8-15 ไร่ต่อราย อายุเฉลี่ยของเกษตรกรที่ท้านาอยู่ที่ประมาณ 52-53.5 ปี นับว่าค่อนข้างสูงอายุ และประกอบอาชีพนี้มานานแล้ว ส้าหรับด้านการตลาดจะน้าผลผลิตไปจ้าหน่ายผ่านหลายช่องทาง ซึ่งส่วนใหญ่จ้าหน่ายผ่านกลุ่มที่ ตนเองเป็นสมาชิก และอีกส่วนหนึ่งเก็บไว้เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนและขายปลีก ดังนั้นสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนจึงมีบทบาท ส้าคัญในการด้าเนินการด้านการตลาด เพื่อเคลื่อนย้ายข้าวอินทรีย์สู่มือผู้บริโภคปลายทาง ทั้งการขายปลีก ขายส่งในประเทศ และ การขายให้กับผู้รวบรวม/คนกลางเพื่อท้าการส่งออก 2) วิเคราะห์ SWOT ของข้าวอินทรีย์พบว่าข้าวอินทรีย์ในพื้นที่ศึกษามีจุดแข็ง หลายประการ เช่น การมีผลผลิตที่มีคุณภาพ และผลผลิตได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งในระดับประเทศและระดับสากล รวมทั้ง เกษตรกรมีความรู้ในการท้าเกษตรอินทรีย์มากขึ้น มีต้นทุนการผลิตต่้ากว่าการปลูกแบบเคมี และมีผู้รวบรวมที่มีศักยภาพและ เครือข่ายที่เข้มแข็งอีกด้วย ส้าหรับจุดอ่อน ได้แก่ การขาดแคลนแรงงานในภาคการเกษตรและค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น การผลิตต้อง ดูแลรักษาแบบเข้มข้น และเกษตรกรยังขาดความรู้และทักษะในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ส่วนโอกาส ได้แก่ ตลาดข้าวอินทรีย์ มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้มีการขยายตัวของการปลูกข้าวอินทรีย์และการปลูกข้าวอินทรีย์เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมและไม่สร้างปัญหากับสุขภาพ ส้าหรับอุปสรรคของการปลูกข้าวอินทรีย์ คือ ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและการเกิด โรคระบาดในข้าว เป็นส้าคัญ 3) รูปแบบที่ดีในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มของข้าวอินทรีย์นั้น ควรมีการ บริหารจัดการแบบรวมกลุ่ม และให้ความส้าคัญใน 3 ส่วนไปพร้อมๆกัน คือ ด้านการผลิต ให้ความส้าคัญกับการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การลดต้นทุนการผลิต การใช้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆที่มีความเหมาะสม ด้านการตลาดให้ความส้าคัญกับการเพิ่มช่องทางจ้าหน่าย บรรจุภัณฑ์และการสร้างตรายี่ห้อ และด้านการวิจัยและพัฒนาที่ต้องขับเคลื่อนไปด้วยกันนั้น เพื่อคิดค้นเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และ นวัตกรรมใหม่สู่ตลาดน้าไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

คำสำคัญ

ประสิทธิภาพProductivityOrganic riceValue Addedข้าวอินทรีย์มูลค่าเพิ่มand Supply Side Managementและการจัดการด้านอุปทาน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวของข้าวอินทรีย์

สุธา ภู่สิทธิศักดิ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น] พ.ศ. 2553

การจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มของข้าวอินทรีย์

อภิญญา วนเศรษฐ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2561

การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อบูรณาการ การเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกข้าวอินทรีย์ของกลุ่มผู้ปลูกข้าวอินทรีย์จังหวัดบุรีรัมย์

อาจารย์ ภวิษย์หาญ พะนุมรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2559

การประยุกต์ใช้เทคนิควิศวกรรมคุณค่ากับการผลิตข้าวอินทรีย์

สาคร สร้อยสังวาลย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พ.ศ. 2557

การพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการสินค้าเกษตรของเกษตรกร ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

ณัฐธิดา จุมปา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2563

การศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบการผลิตพืชผักอินทรีย์แบบครบวงจร

สุขุม พันธุ์ณรงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

กลยุทธ์การพัฒนาศักยภาพการผลิตและการจำหน่ายข้าวอินทรีย์และการวิเคราะห์เส้นทางที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจผลิตข้าวอินทรีย์ในจังหวัดเชียงใหม่

สุรชัย กังวล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2560

แนวทางตัดสินใจการวางแผนผลิตสินค้าเกษตรเพื่อบรรลุเป้าหมายเศรษฐกิจสีเขียว

มนตรี สิงหะวาระ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2561

การพัฒนาระบบเกษตรนาแปลงใหญ่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

อารีย์ เชื้อเมืองพาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2564

แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตนาแปลงใหญ่ของเกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

อารีย์ เชื้อเมืองพาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2564