การพัฒนารูปแบบสู่ความมั่นคงทางด้านอาหารด้วยนวัตกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลูกพืชและการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในอนาคต
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนานวัตกรรมการผลิตสัตว์น้้าและการปลูกผักที่ใช้น้้าจากบ่อเลี้ยงปลาที่เหมาะสมและให้ผลผลิตสูงเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ โดยศึกษาการใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อพัฒนาระบบการจัดการน้้าเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้้า และการปลูกพืชภายใต้ระบบ Aquaponics รวมถึงระบบปฏิบัติการ (Platform) เพื่อวางแผนการจัดการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้้าและการตัดสินใจน้าไปสู่การลดความเสี่ยงในการลงท น จากการศึกษาพบว่าพลังงานแสงอาทิตย์สามารถน้ามาใช้ในการผลิตสัตว์น้้าแบบหนาแน่นและการปลูกพืชได้โดยสามารถน้าไปใช้ในพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า จากผลการเจริญเติบโตและผลผลิตผักสลัดที่ปลูกวิธีแตกต่างกัน ค่าเฉลี่ยผักสลัดที่ปลูกบนโต๊ะให้ผลผลิตสูงกว่า (93.4 g/plant) ผักสลัดที่ปลูกบนชั้นแนวตั้ง (59.9 g/plant) และการปลูกผักสลัดบนชั้นปลูกแนวตั้งทรงสามเหลี่ยมที่ 3 ความแตกต่างคือ แถวบน แถวกลาง และแถว ล่าง นั้น พบว่า การเจริญเติบโตเฉลี่ย ทางด้านความสูง มีความแตกต่างกัน โดยผักที่ปลูกแถวล่างมีความสูงที่สูง (15.6 cm) รองลงมาแถวกลาง (14.4 cm) และแถวบนมีค่าน้อยส ด (13.9 cm) ส่วนการศึกษาการจัดการน้้าจากการเลี้ยงปลาด กในระบบน้้าหม นเวียน แล้วน้าน้้าจากบ่อเลี้ยงปลามาปลูกผักสลัด 5 ชนิดแบบ Nutrient film Technique (NFT) น้้าจากบ่อเลี้ยงปลาด กมีค่า EC ช่วงเริ่มต้น206-221 และเพิ่มขึ้นถึง 829-946 micro S/cm ที่อาย 80 วัน ซึ่งต่้ากว่าที่ผักต้องการ จึงต้องเติมปุ๋ยน้้า AB เพื่อให้ผักมีการเจริญเติบโตสูงส ด (1,200 micro S/cm) จากการเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการเลี้ยงปลาด ก 1,000 ตัว ร่วมกับการปลูกผัก 500, 1,000 และ 1,500 ต้น พบว่ารูปแบบการเลี้ยงปลาด ก 1,000 ตัว และปลูกผักที่ 1,500 ต้น ให้ก้าไรสูงกว่ารูปแบบที่ ปลูก 500 และ 1,000 ต้นและผักสลัดที่ผลิตได้มีความปลอดภัย (พบไนเตรทที่ตกค้าง ต่้ากว่า 2,500 mg/Kg) และการศึกษาเรื่อง การพัฒนาระบบปฏิบัติการ (Platform) เพื่อให้เกษตรกรประเมิน วางแผนการจัดการในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้้า และการตัดสินใจเพื่อลดความเสี่ยงในการลงท นในอนาคต ผลการศึกษาจากการ รวบรวมข้อมูลทั้งปฐมภูมิและท ติยภูมิเพื่อใช้เป็นข้อมูลส้าหรับวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของรูปแบบการเลี้ยงปลา การประเมินราคาปลานิลในอนาคต และการประเมินสถานการณ์น้้าในเขื่อน โดย พบว่า เกษตรกรที่ได้ทดลองใช้ ส่วนใหญ่กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้รับจากการประมวลผลของแพลตฟอร์มเหมาะอย่างยิ่งส้าหรับเกษตรกรที่ยังขาดประสบการณ์ในการเลี้ยงปลานิล และได้เสนอแนะเกี่ยวกับแพลตฟอร์มว่า ควรเพิ่มเติมในเรื่องวิธีการเลี้ยงปลา เพื่อความสะดวกต่อเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรหน้าใหม่ ดังนั้นการผลิตสัตว์น้้าร่วมกับการปลูกผักที่ใช้น้้าจากบ่อเลี้ยงปลาภายใต้ระบบ Aquaponics ร่วมกับการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และศึกษาข้อมูลประกอบการตัดสินใจเพื่อลดความเสี่ยงในการลงท น สามารถใช้เป็นทางเลือกทางหนึ่งที่เหมาะสมของเกษตรกรที่สามารถน้าไปใช้เพื่อปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศได