ผลของระบบอัจฉริยะอควาโปนิกส์ต่อคุณภาพน้ำ การเจริญเติบโตของผักสลัดและปลานิล เพื่อเป็นแนวทางเกษตรแบบผสมผสานอย่างยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ได้นำไมโครคอนโทรลเลอร์มาใช้ในการออกแบบและพัฒนาระบบปลูกผักเลี้ยงปลาอควาโปนิกส์ (Aquaponics) โดยมีการใช้เซ็นเซอร์หลัก ๆ อยู่ด้วยกัน 4 อย่าง คือ 1. เซ็นเซอร์วัดแสง ใช้วัดค่าความเข้มแสง เพื่อนำไปประมวลผลและสั่งรีเลย์ให้ทำงาน เปิด/ปิด ไฟ LED แก่ผักสลัดให้ได้รับแสงที่เพียงพอ 2. เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิของน้ำ เพื่อทำให้น้ำมีอุณหภูมิคงที่ เหมาะสมกับการเลี้ยงปลานิล 3. เซ็นเซอร์วัดระดับน้ำ เพื่อให้ระดับน้ำในบ่อเลี้ยงปลามีปริมาณที่คงที่เสมอ โดยการเติมน้ำเข้าบ่อเลี้ยงแบบอัตโนมัติ 4. เซ็นเซอร์วัด pH ของน้ำ เพื่อวัดคุณภาพของน้ำ นอกจากนี้สามารถดูรายละเอียดค่าต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Blynk บนสมาร์ทโฟนได้แบบเรียลไทม์ ทั้งยังสามารถใช้ในการควบคุมการให้อาหารปลาได้แบบอัตโนมัติโดยการตั้งเวลา และการเปิด/ปิด ปั๊มน้ำ ผลการวิจัยพบว่า ระบบอควาโปนิกส์ที่ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ดีกว่าระบบอควาโปนิกส์แบบธรรมดา ซึ่งผักสลัดที่ปลูกในระบบเจริญเติบโตได้ดีกว่าระบบแบบธรรมดาและลำต้นไม่ยืดหาแสงเหมือนระบบธรรมดาที่ได้รับแสงไม่เพียงพอ และปลานิลที่เลี้ยงในระบบ มีขนาดที่ใหญ่กว่า น้ำหนักมากกว่าปลานิลที่เลี้ยงแบบวิธีธรรมดา เพราะได้รับอาหารอย่าสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ผ่านแอปพลิเคชั่น Blynk ในส่วนของความเข้มแสง ผักสลัดที่ปลูกในระบบจะได้รับแสงตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในช่วงตอนกลางคืนจะได้รับความเข้มแสงจากหลอดไฟ LED ที่ความเข้มระหว่าง 1,000 – 2,000 ลักซ์ ส่วนผักสลัดที่ปลูกแบบวิธีธรรมดาจะได้รับแสงเฉพาะในตอนกลางวันเท่านั้น